วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ทำไมต้องฉีดทุกปี?

หากจะกล่าวถึงไข้หวัดใหญ่ เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก และหลายคนอาจเคยเป็นไข้หวัดชนิดนี้กันมาแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีวัคซีนที่สามารถป้องกันได้ แต่วัคซีนนี้มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ทำไมเราต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่กันทุกปี จาปินมีข้อมูลมาบอกให้ทราบเพื่อให้คลายข้อสงสัยกัน โดย นายแพทย์จักรพงษ์ บูรมินเหนทร์ สาขาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวไว้ในคอลัมน์ สุขภาพดีกับรามาฯ ว่า 

“ไข้หวัดใหญ่” เป็นอีกหนึ่งโรคที่พบได้บ่อยในประเทศไทย แต่ช่วงที่เกิดการระบาดมากที่สุดคือช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ซึ่งไข้หวัดใหญ่สามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิดตามสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ คือ 

  • สายพันธุ์เอ (A) เป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงมากที่สุด
  • สายพันธุ์บี (B)
  • สายพันธุ์ซี (C) 

ความแตกต่างระหว่างไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจชนิดเฉียบพลัน ซึ่งเกิดจากเชื้อไว้รัสที่เรียกว่า “ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza virus)” ส่วนไข้หวัดเกิดจากไวรัสชนิดอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจได้เช่นกัน โดยอาการของไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่จะมีความใกล้เคียงกัน เช่น มีไข้ เจ็บคอ และมีน้ำมูกไหลเหมือนกัน  แต่ไข้หวัดใหญ่จะมีอาการที่รุนแรงกว่า เช่น มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลียหมดแรง และปวดศีรษะรุนแรง 

กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเป็นไข้หวัดใหญ่

 โดยทั่วไปผู้ที่มีร่างกายที่แข็งแรง หากเป็นไข้หวัดใหญ่แล้ว อาการมักจะไม่รุนแรงและสามารถหายเองได้ แต่ผู้ที่มีความเสี่ยงและหากเป็นไข้หวัดใหญ่แล้วมักจะมีอาการที่รุนแรง  และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้แก่ 

  • เด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน
  • ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น
    - ผู้ปวยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด
    - ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
    - เป็นผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคปอด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหืด โรคไต วายเรื้อรัง โรคตับแข็ง ฯลฯ 

วิธีป้องกัน

อันดับแรกควรดูแลและรักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากนั้น ควรดูแลสุขลักษณะของตนเองและคนรอบข้าง เช่น ใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่แออัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อและแพร่เชื้อไวรัส รวมถึงการล้างมือบ่อย ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อที่อยู่ตามพื้นผิวสิ่งของและเข้าสู่ร่างกายจากการป้ายตา จมูก และปากได้เป็นอย่างดี วิธีสุดท้ายคือแนะนำให้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี 

ทำไมต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี

สาเหตุที่ต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปีนั้น เป็นเพราะการฉีดวัคซีนแต่ละครั้งจะป้องกันได้เฉพาะสายพันธุ์ที่บรรจุอยู่ในวัคซีนเท่านั้น โดยภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นต่อสายพันธุ์นั้น ๆ จะค่อย ๆ ลดลงเมื่อผ่านไป 1 ปี ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลที่เราต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่กันทุกปี เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องและเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่คาดว่าจะมีการระบาดในปีนั้น ๆ ที่บรรจุในวัคซีนอีกด้วย 

ดังนั้น หากท่านหรือคนใกล้ชิดเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น 

จาปินขอสนับสนุนให้ทุกท่านมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและปลอดภัยจากไข้หวัดใหญ่ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอวันละ 30-45 นาที (สัปดาห์ละ 5 วัน) พักผ่อนให้เพียงพอ และอย่าลืมดื่มน้ำสะอาดให้ได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการวันละ 6-8 แก้ว (1.5-2 ลิตร) จะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สนับสนุนโดยเครื่องผลิตน้ำดื่มอัจฉริยะรุ่นไอวอเตอร์ (iWater) ให้คุณได้มากกว่าคำว่า น้ำดื่มที่สะอาด เพราะน้ำดื่มไอวอเตอร์เป็นน้ำกลุ่มโมเลกุลเล็ก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย คงไว้ซึ่งแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระบบจากองค์กรอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSF)

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii Mr.Happii

เรียบเรียงโดย : bibomom

ที่มา
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล