ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การนอนคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด แต่การนอนหลับที่ไม่มีประสิทธิภาพจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาวได้ ทราบหรือไม่ว่า ในช่วงเวลาที่เรากำลังนอนหลับนั้น อาจมีบางอย่างเกิดขึ้นภายในร่างกายของเราจนทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ พอพูดถึงตรงนี้หลายคนอาจจะตกใจและรู้สึกเป็นกังวลว่าภาวะนี้อาจจะขึ้นกับตัวเองหรือคนใกล้ชิดได้ เพื่อช่วยลดความวิตกกังวลและทำความเข้าใจกับภาวะดังกล่าว ในบทความนี้จาปินได้นำความรู้เกี่ยวกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับมาให้ทุกคนได้ทราบกัน รายละเอียดมีดังนี้ค่ะ 

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea : OSA) คือ ภาวะที่กล้ามเนื้อบริเวณลำคอเกิดการคลายตัวเป็นช่วง ๆ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงหรือถูกปิดกั้นในขณะนอนหลับ ทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดออกซิเจนเป็นช่วง ๆ ผู้ป่วยจะกรนเสียงดังและหายใจลำบากในขณะนอนหลับ ทำให้การนอนหลับขาดตอน เมื่อระดับออกซิเจนในเลือดต่ำลงจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง ส่งผลต่อการใช้ชีวิตและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในระหว่างวัน อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุขณะขับรถ และเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วนลงพุง โรคสมองเสื่อม เป็นต้น ภาวะนี้พบได้มากในผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน ซึ่งหากมีอาการไม่รุนแรงมากนักสามารถรักษาได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 

สาเหตุของการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

  • น้ำหนักตัวเกิน ทำให้ไขมันไปสะสมที่เนื้อเยื่อในลำคอมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ทางเดินหายใจแคบลง หายใจลำบากมากขึ้น
  • ทางเดินหายใจแคบ อาจเป็นผลมาจากพันธุกรรม หรือมีต่อมทอนซิลหรือต่อมแอดีนอยด์ซึ่งเป็นต่อมน้ำเหลืองอยู่บริเวณหลังโพรงจมูกและลำคอโต ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงหรือถูกปิดกั้น
  • เยื่อบุโพรงจมูกบวมโตหรือภาวะคัดจมูก ทำให้หายใจลำบาก
  • เพศ ภาวะนี้เกิดได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง แต่เพศชายมีโอกาสเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้มากกว่าเพศหญิงถึง 2 เท่า
  • พันธุกรรม สมาชิกในครอบครัวมีประวัติการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • อายุ ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย แต่พบมากขึ้นในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป
  • โรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหอบหืด เป็นต้น
  • พฤติกรรมต่าง ๆ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์มาก ๆ ก่อนเข้านอน รวมถึงการรับประทานยาระงับประสาท ยาคลายเครียด หรือยานอนหลับ เป็นต้น 

อาการของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

  • ง่วงมากในระหว่างวัน
  • ปวดศีรษะในช่วงเช้า
  • ปากแห้ง หรือเจ็บคอ
  • สมาธิลดลง
  • เหงื่อออกมากในขณะนอนหลับ
  • อารมณ์เปลี่ยนแปลงบ่อย เช่น หงุดหงิด หรือหดหู่
  • ความดันโลหิตสูง
  • ความต้องการทางเพศลดลง 

นายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ ได้กล่าวว่า สัญญาณเตือนที่เสี่ยงต่อการทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น คือ การนอนกรนเสียงดังเป็นประจำ ซึ่งสามารถสังเกตได้ว่าในขณะหลับ หยุดหายใจหรือหายใจเฮือกเหมือนสำลักน้ำลาย เสียงดังสลับนิ่งเงียบเป็นพัก ๆ บางครั้งเมื่อตื่นมารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน ไม่สดชื่นหรือปวดศีรษะหลังตื่นนอน ไม่มีสมาธิในการทำงาน หงุดหงิดง่าย วิตกจริตหรือซึมเศร้า 

คำแนะนำการปฏิบัติตัวพื้นฐานในผู้ป่วยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

  • ควบคุมอาหาร รับประทานอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ
  • ลดน้ำหนักในรายที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน
  • ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน
  • หลีกเลี่ยงการนอนหงาย พยายามนอนตะแคง
  • ไม่ควรรับประทานยานอนหลับ เพราะยาจะกดการหายใจ ทำให้เสี่ยงเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากขึ้น
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 4 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้การนอนหลับไม่ต่อเนื่อง
  • ไม่ควรขับรถขณะง่วงนอน เพราะอาจหลับในและทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ 

การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค ดังนี้

  • การรักษาด้วยเครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งถือเป็นมาตรฐานในการรักษา
  • การใส่ทันตอุปกรณ์ โดยทันตแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาให้เหมาะสมในแต่ละราย ซึ่งจะได้ผลดีในผู้ป่วยที่มีระดับความรุนแรงของโรคเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • การผ่าตัด ใช้ในกรณีที่มีความรุนแรงของโรคระดับเล็กน้อยหรือปานกลางร่วมกับมีโครงสร้างทางเดินหายใจส่วนต้นผิดปกติ 

หากปฏิบัติตามคำแนะนำและหลังจากได้รับการรักษาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับเพื่อการดูแลที่เหมาะสมต่อไป.!! 

สนับสนุนข้อมูลด้านสุขภาพโดยเครื่องผลิตน้ำดื่มอัจฉริยะรุ่นไอวอเตอร์ (iWater)  และรุ่นไอมินิ (iMini) ที่ให้คุณได้มากกว่าคำว่าน้ำดื่มที่สะอาด เครื่องผลิตน้ำอาบไอวอเตอร์วอช (iWater Wash) ที่ให้คุณได้ชำระล้างทำความสะอาดร่างกายแบบหมดจด ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย ประดุจการทำสปาให้กับผิวพรรณ และเครื่องปรับบรรยากาศไอวอเตอร์แอร์ (iWater Air) ที่ช่วยให้บรรยากาศในบ้านคุณน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii Mr.Happii

เรียบเรียงโดย : bibomom

ที่มา

พบแพทย์

กรมการแพทย์