โรคคาวาซากิ

คาวาซากิ (Kawasaki Disease) เป็นโรคที่พบได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ส่วนใหญ่มักพบในเด็กเล็ก ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลมาก เนื่องจากการเจ็บไข้ได้ป่วยหลายอย่างมีอาการที่คล้ายคลึงกัน จนบางครั้งไม่สามารถแยกแยะเองได้ว่าป่วยเป็นโรคอะไร และช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน เดี๋ยวเย็น สลับกันไปทุกวัน ซึ่งอาจทำให้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ๆ เป็นไข้และไม่สบายได้ โรคคาวาซากิก็เป็นอีกหนึ่งโรคที่คุณพ่อคุณแม่ควรเฝ้าระวังและสังเกตอาการเพื่อความปลอดภัยของลูกหลาน เพราะโรคนี้มีความรุนแรงและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจนทำให้เด็กเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันได้ 

ที่มาชื่อโรคคาวาซากิ

ศาสตราจารย์แพทย์หญิงดวงมณี เลาหประสิทธิพร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุว่า โรคคาวาซากิพบได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง แต่ส่วนใหญ่จะพบในเพศชายมากกว่า และมักพบบ่อยในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี โดยเฉพาะในช่วงอายุ 1-2 ปี โรคนี้มีชื่อตามนายแพทย์คาวาซากิ ซึ่งเป็นแพทย์ชาวญี่ปุ่นที่ได้รวบรวมรายงานผู้ป่วยโรคคาวาซากิเป็นคนแรกของโลก 

สาเหตุ

เคยมีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อบางชนิดทั้งแบคทีเรียและไวรัส แต่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้ โดยพบว่ามีการอักเสบเกิดขึ้นหลายแห่งในร่างกาย ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ประมาณร้อยละ 25 ของผู้ป่วย และมีการอักเสบของหลอดเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจร่วมด้วย หากให้การวินิจฉัยและรักษาได้ภายใน 10 วัน นับจากมีไข้ จะช่วยให้การอักเสบของหลอดเลือดลดลงประมาณร้อยละ 5 

ลักษณะและอาการ

  • เด็กจะมีไข้สูงทุกคน ส่วนมากมักเป็นอยู่นานเกิน 5 วัน หรือในบางรายอาจนาน 3-4 สัปดาห์ และอาจมีผื่นขึ้นตามตัวและแขนขา
  • ตาขาวจะแดงทั้ง 2 ข้าง แต่ไม่มีขี้ตา
  • ริมฝีปากแห้งแดง อาจแตกและมีเลือดออก ลิ้นแดงเป็นตุ่ม ๆ มีลักษณะคล้ายผิวสตรอว์เบอร์รี
  • ฝ่ามือและฝ่าเท้าบวมแดง ต่อมน้ำเหลืองที่ลำคอโต 

อาการทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์แรก ในสัปดาห์ที่ 2 จะมีการลอกของผิวหนัง โดยเริ่มจากบริเวณปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า และอาจลุกลามไปที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ส่วนอาการอื่น ๆ ที่อาจเกิดร่วม ได้แก่ ข้ออักเสบ เฉพาะบริเวณนิ้วมือ เยื่อหุ้มอักเสบ ท้องเสีย ซึ่งอาการเหล่านี้อาจหายได้เองโดยไม่ต้องได้รับการรักษา แต่ที่สำคัญคือ โรคนี้อาจทำให้เกิดการอักเสบของหัวใจและหลอดเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งอาจทำให้หลอดเลือดหัวใจมีลักษณะโป่งพอง ตีบหรือแคบได้ ในบางรายที่หลอดเลือดตีบแคบมาก อาจเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเลี้ยงเหมือนที่พบในผู้ใหญ่ที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบ ทำให้เสียชีวิตเฉียบพลันได้ 

เนื่องจากการวินิจฉัย ต้องอาศัยอาการเป็นหลักร่วมกับการตรวจเลือด ซึ่งอาการที่แสดงออกมักไม่พร้อมกัน จึงทำให้เกิดความยากในการวินิจฉัยหากไม่ได้นึกถึงโรคนี้ 

ภาวะแทรกซ้อน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิง อิงคนิจ ชลไกรสุวัฒน์ กุมารเวชศาสตร์เฉพาะทาง ระบุว่า โรคหัวใจหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบโป่งพอง (Coronary Aneurysm) กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ลิ้นหัวใจอักเสบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นภาวะแทรกซ้อนซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยโรคคาวาซากิเสียชีวิตได้ โดยการตรวจพบภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวต้องอาศัยการตรวจโดยใช้เครื่องตรวจคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography) 

การรักษา

การดูแลรักษาต้องอาศัยการดูแลร่วมกันระหว่างกุมารแพทย์ทั่วไปและกุมารแพทย์โรคหัวใจ โดยผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคคาวาซากิควรได้รับ Intravenous Gamma globulin (IVIG) ในขนาดสูงเพื่อลดโอกาสการเกิดหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจโป่งพอง ร่วมกับการให้ยาแอสไพริน (Aspirin) 

การรักษาในช่วงมีไข้ใน 10 วันแรก จะต้องตรวจหัวใจด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ เพื่อดูลักษณะหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ และให้ยาลดการอักเสบคือ  ยาแอสไพรินขนาดยาที่สูง ให้รับประทานอย่างต่อเนื่องประมาณ 1-2 สัปดาห์ และให้โปรตีนชนิดหนึ่งเข้าหลอดเลือดดำพบว่า หลังให้ยาดังกล่าวแล้วไข้มักจะลดลงภายใน 24-48 ชั่วโมง หลังจากไข้ลดจะต้องให้ยาแอสไพรินขนาดยาที่ต่ำวันละ 1 ครั้ง รับประทานต่อเนื่อง 6-8 สัปดาห์ เพื่อป้องกันเกล็ดเลือดรวมกันเป็นก้อน ซึ่งอาจไปเพิ่มการอุดตันในหลอดเลือดที่ผิดปกติได้ 

หลังจากนั้น ถ้าตรวจอัลตราซาวด์หัวใจซ้ำ พบว่า หลอดเลือดหัวใจปกติก็สามารถหยุดยาได้ และจากการติดตามผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดผิดปกติหลัง 8 สัปดาห์นับตั้งแต่มีไข้ไปจนถึงเวลา 1 ปีหลังจากนั้น พบว่า 2 ใน 3 ของผู้ป่วยจะหายเป็นปกติ ที่เหลือ 1 ใน 3 ยังมีความผิดปกติอยู่ต้องติดตามเป็นระยะ และรับประทานยาแอสไพรินเป็นประจำต่อไป 

ทั้งนี้ โรคคาวาซากิเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด อาการสำคัญ คือ ไข้สูง ปากแดง ตาแดง มือเท้าบวมลอก ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต และผื่นตามร่างกายสามารถหายได้เอง แต่ถ้าวินิจฉัยช้าหรือให้การรักษาไม่ถูกต้องจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นสาเหตุให้เกิดการเสียชีวิตได้ โดยภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ คือ การอักเสบของหลอดเลือดแดงเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจโป่งพอง ดังนั้น เมื่อบุตรหลานของท่านมีอาการไข้สูงเป็นเวลานานหลายวันร่วมกับมีอาการดังกล่าว ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที 

สนับสนุนข้อมูลด้านสุขภาพ โดย เครื่องผลิตน้ำดื่มอัจฉริยะรุ่นไอวอเตอร์ (iWater)  และรุ่นไอมินิ (iMini) ที่ให้คุณได้มากกว่าคำว่าน้ำดื่มที่สะอาด เครื่องผลิตน้ำอาบไอวอเตอร์วอช (iWater Wash) ที่ให้คุณได้ชำระล้างทำความสะอาดร่างกายแบบหมดจด ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย ประดุจการทำสปาให้กับผิวพรรณ และเครื่องปรับบรรยากาศไอวอเตอร์แอร์ (iWater Air) ที่ช่วยให้บรรยากาศในบ้านคุณน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii Mr.Happii

เรียบเรียงโดย : bibomom

ที่มา
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
รงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล