เดจาวู DÉJÀ VU ความรู้สึกคุ้น ๆ ที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้

เมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น หลายคนอาจรู้สึกเหมือนกับว่า  เหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก และมักจะอธิบายไม่ค่อยได้ว่า มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แบบนี้เราจะเรียกว่า “เดจาวู” ซึ่งเป็นความรู้สึกคุ้น ๆ กับสิ่งที่เพิ่งได้เห็น หรือได้ประสบพบเจอมา และเดจาวูเกิดขึ้นได้อย่างไร? เป็นอันตรายไหม? ในบทความนี้จาปินมีคำตอบมาบอกให้ทราบกันค่ะ 

“เดจาวู” (Deja Vu) เป็นคำในภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า “เคยเห็นมาแล้ว” ส่วนสาเหตุของการเกิดเดจาวูนั้นยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนมากนัก หรือยังค่อนข้างที่จะเป็นปริศนา เพราะเป็นประสบการณ์ส่วนตัวพิสูจน์ได้ยาก  แต่เชื่อว่าเกิดขึ้นจากความฝัน ความทรงจำ หรือประสบการณ์ที่คล้ายกันซึ่งเคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว 

โดยความรู้สึกแบบเดจาวูนั้น ส่วนใหญ่มักเกิดจากการรับความรู้สึกผ่านภาพ เช่น รู้สึกเหมือนเคยอยู่ในเหตุการณ์ หรือเคยเห็นสถานที่นั้น ๆ มาก่อน ทั้ง ๆ ที่เพิ่งได้ไปเยือนเป็นครั้งแรก มีความรู้สึกคุ้น ๆ อย่างบอกไม่ถูก หรืออาจเป็นการพูดคุยกับคนที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน แต่กลับรู้สึกคุ้น ๆ เหมือนเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 

อาการเดจาวูมักเกิดขึ้นและจบลงอย่างรวดเร็ว  เรียกได้ว่าเกิดขึ้นแบบปุบปับ มาแล้วก็หายวับไปอย่างรวดเร็วทันที  จึงทำให้รู้สึกไม่แน่ใจ ไม่ชัดเจน และมีอาการมึน ๆ งง ๆ เล็กน้อย และกลับมาคืนสติได้หลังจากนั้น 

แต่ในขณะเดียวกันนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเดจาวูเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับสมอง ไม่ใช่เรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติ และเดจาวูก็ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่ช่วยให้สามารถทำนายอนาคตได้ แม้ว่าจะรู้สึกเหมือนเคยเห็นสิ่งนั้นมาแล้วก็ตาม ซึ่งในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ก็ได้พยายามอธิบายการเกิดปรากฏการณ์เดจาวู โดยอ้างอิงจากหลากหลายทฤษฎี ดังนี้ 

  • มีประสบการณ์ที่คล้ายกันมาก่อน

มีนักวิจัยบางคนเชื่อว่า การอยู่ในเหตุการณ์หรือสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในอดีตเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดเดจาวูได้ เช่น อยู่ในบริเวณล็อบบี้โรงแรมที่มีรูปแบบการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งต่าง ๆ เหมือนห้องนั่งเล่นที่บ้านในวัยเด็ก เป็นต้น 

นอกจากนี้ มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งได้ทดลองให้อาสาสมัครดูรูปสถานที่ที่ตนเองไม่เคยมีอดีตหรือความทรงจำเกี่ยวข้องมาก่อน โดยเปรียบเทียบกับการให้ดูรูปสถานที่แบบเดียวกันหรือคล้ายกับที่เคยเห็นมาก่อน ผลปรากฏว่า อาสาสมัครเกิดความรู้สึกเดจาวูกับรูปสถานที่ที่พวกเขาคุ้นเคย จึงเป็นไปได้ว่าปรากฏการณ์เดจาวูนั้นมีความเชื่อมโยงกับประสบการณ์ในอดีตที่คล้ายคลึงกัน 

  • คุ้นเคยจากการเดินทางท่องเที่ยว

ผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางและเคยท่องเที่ยวในหลากหลายสถานที่ มีแนวโน้มที่จะเกิดความรู้สึกแบบเดจาวูมากกว่าผู้ที่ชอบพักผ่อนอยู่กับบ้าน เนื่องจากได้พบเห็นสถานที่และสิ่งต่าง ๆ มากมาย ซึ่งความทรงจำเหล่านี้จะทำให้เกิดความคุ้นเคยกับภาพสถานที่ที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกได้ง่าย  

  • จดจำความฝัน

ผู้ที่จดจำความฝันของตนเองได้ดีอาจมีโอกาสเกิดเดจาวูได้มากกว่าผู้ที่ตื่นมาแล้วจำอะไรไม่ได้เลย ซึ่งอธิบายได้ด้วยหลักการเดียวกันกับการเดินทางไปตามสถานที่ที่หลากหลาย เพราะภาพในความฝันก็อาจเป็นความทรงจำที่ก่อให้เกิดความคุ้นเคยต่อสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายเช่นกัน 

  • สมองทำงานผิดปกติ

ผู้เชี่ยวชาญบางท่านคาดว่า การทำงานของสมองที่ผิดปกติ เช่น เซลล์ประสาททำงานบกพร่อง ก็อาจกระตุ้นให้เกิดเดจาวูได้ โดยเกิดขึ้นเมื่อสมองไม่สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมากได้อย่างราบรื่น ทำให้การจัดเรียงข้อมูลต่าง ๆ ได้ไม่เป็นระเบียบ และพบว่าในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการลมชักแบบเฉพาะที่บริเวณสมองส่วนที่ควบคุมความทรงจำระยะสั้น ก็เผชิญกับความรู้สึกแบบเดจาวูก่อนจะมีอาการชัก และยังพบว่าผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม โดยเฉพาะภาวะสมองส่วนหน้าเสื่อมก็มักเกิดเดจาวูอย่างต่อเนื่องเช่นกัน จึงมีความเป็นไปได้ว่าปรากฏการณ์นี้อาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของสมอง 

เดจาวู อาจเกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป แต่มักไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่บางครั้งอาจเป็นสัญญาณของโรคลมชักหรือปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทได้ และหากพบว่ามีอาการผิดปกติดังต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง 

  • เกิดเดจาวูบ่อยครั้ง เดือนละ 2-3 ครั้งหรือมากกว่านั้น
  • เกิดเดจาวูขึ้นพร้อมกับเห็นภาพความทรงจำคล้ายความฝัน
  • มีอาการหมดสติ ขยับปากเคี้ยวโดยไม่รู้ตัว มือสั่น มีปัญหาในการเคลื่อนไหวร่างกาย หัวใจเต้นเร็ว
  • รู้สึกกลัวหลังจากเกิดเดจาวู 

อย่างไรก็ตาม เดจาวูยังเป็นสิ่งที่ยากจะพิสูจน์ได้ และยังคงต้องใช้เวลาในการศึกษาวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบที่ชัดเจนกันต่อไป 

สนับสนุนข้อมูลความรู้โดยเครื่องผลิตน้ำดื่มอัจฉริยะรุ่นไอวอเตอร์ (iWater) และไอมินิ (iMini) ที่ให้คุณได้มากกว่าคำว่าน้ำดื่มที่สะอาด เพราะน้ำดื่มไอวอเตอร์เป็นน้ำกลุ่มโมเลกุลเล็ก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย คงไว้ซึ่งแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระบบจากองค์กรอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSF) อย่าลืม !! ดื่มน้ำสะอาดให้ได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการวันละ 6-8 แก้ว (1.5-2 ลิตร) จะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ ๆ ได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดี ๆ ได้ทาง
  Mr.Happii Mr.Happii

เรียบเรียงโดย : bibomom

ที่มา

Pobpad

Ihealzy