ฟ้าทะลายโจรกับเชื้อไวรัส COVID-19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลกในวันนี้  ถึงแม้ว่าจะมีหลายประเทศที่ประชากรได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้วมากกว่า 50%  และสามารถควบคุมการระบาดได้ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ก็ยังคงพบว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก และโควิดได้กลับมาระบาดหนักอีกครั้ง  เนื่องจากเชื้อที่กำลังระบาดอยู่ในระลอกนี้เป็นสายพันธุ์เดลตา ซึ่งมีความสามารถในการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน  รวมทั้งในประเทศไทยของเราด้วย  ซึ่งพบว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่าสองหมื่นรายต่อวัน  จึงทำให้เกิดวิกฤตในระบบสาธารณสุข เตียงเต็ม บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ การรักษาผู้ป่วยที่มีอาการหนักเป็นไปด้วยความยากลำบาก และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ 

เนื่องจากโควิด-19 ถือว่าเป็นโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้  และยังไม่มียารักษาที่เฉพาะเจาะจง จึงมีเพียงการได้รับวัคซีนเท่านั้นที่จะช่วยลดอาการรุนแรงของโรคและลดอัตราการเสียชีวิตได้ และในประเทศไทยนั้นวัคซีนก็ยังมีไม่เพียงพอต่อประชากรทั้งประเทศ   ดังนั้น เมื่อเกิดการติดเชื้อโควิด-19 ขึ้น การดูแลเพื่อให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น  และ “ฟ้าทะลายโจร” ก็เป็นหนึ่งในยาที่กระทรวงสาธารณสุขได้อนุมัติเพื่อการรักษาผู้ติดเชื้อโควิดควบคู่กับยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ด้วย ยาฟ้าทะลายโจรมีความพิเศษอย่างไร? ทำไมจึงถูกเลือกมาใช้กับโรคโควิด-19? จาปินมีข้อมูลมาบอกให้ทราบกันค่ะ 

ฟ้าทะลายโจร

ฟ้าทะลายโจร (Andrographis paniculata) เป็นสมุนไพรที่คนไทยคุ้นเคยมาตั้งแต่โบราณ มีสารออกฤทธิ์ที่สำคัญ คือ “แอนโดรกราโฟไลด์” (Andrographolide) จัดเป็นสมุนไพรที่มีรสขม อยู่ในกลุ่มยาเย็น ตามศาสตร์แพทย์แผนไทย และได้ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (บัญชียาจากสมุนไพร) กระทรวงสาธารณสุข ในรูปแบบยาเดี่ยว 

ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย เมื่อร่างกายมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ จะเกิดจากธาตุไฟในร่างกายที่เพิ่มปริมาณสูงขึ้น  จึงสามารถใช้สมุนไพรฤทธิ์เย็น อย่างฟ้าทะลายโจรมาใช้เพื่อรักษาอาการที่มีผลมาจากอิทธิพลของธาตุไฟที่เพิ่มขึ้นได้  กล่าวคือ เป็นการใช้ความเย็นมาปรับหรือลดปริมาณความร้อนในร่างกายให้สมดุลนั่นเอง แต่หากใช้ในปริมาณเกินความจำเป็นก็อาจส่งผลทำให้ร่างกายมีปริมาณความเย็นเกินไป ซึ่งจะทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ตามมาได้ เช่น อาการชาตามร่างกาย แขน-ขาอ่อนแรง ท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องเสีย หรือผื่นแพ้ตามร่างกาย เป็นต้น 

ประโยชน์และสรรพคุณ

  • บรรเทาอาการไข้หวัด แก้ไอ และเจ็บคอ
  • บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย
  • ต้านการอักเสบ  

ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมาย ซึ่งนอกจากประโยชน์หลัก ๆ ข้างต้นแล้ว ยังใช้รักษาโรคอื่น ๆ ได้ ดังนี้

  • รักษาโรคอุจจาระร่วงและบิดแบคทีเรีย
  • ป้องกันการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
  • รักษาโรคปริทันต์อักเสบในรูปแบบยาอมใต้ลิ้น
  • รักษาอาการของโรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจ 

ข้อห้ามและข้อควรระวัง

  • ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร
  • ห้ามใช้ในผู้ที่เคยแพ้ฟ้าทะลายโจร เช่น มีผื่น ปากบวม ตาบวม หน้าบวม
  • หากใช้ยานี้แล้วมีผื่น ปากบวม ตาบวม หน้าบวม ให้หยุดใช้ยาทันทีและพบแพทย์
  • หากใช้ติดต่อกันเกิน 3 วัน แล้วไม่ดีขึ้นหรืออาการรุนแรงขึ้น ควรหยุดใช้และพบแพทย์
  • หากใช้ติดต่อกันเวลานาน อาจทำให้แขนขามีอาการอ่อนแรง
  • ยาที่ใช้ต้องผ่าน อย.และเป็นชนิดที่มีการกำหนดสารแอนโดรกราโฟไลด์
  • ควรรับประทานวันละ 180 มิลลิกรัม แบ่งวันละ 3 ครั้ง และไม่ควรรับประทานติดต่อกันเกิน 5 วัน
  • ไม่ควรรับประทานร่วมกับยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants) และยาต้านเกล็ดเลือด (Antiplatelets)
  • ควรระวังหากใช้ในขณะที่มีไข้สูง และในผู้ป่วยที่มีโรคตับและไต
  • ควรระวังการใช้ร่วมกับยาลดความดันเลือดเพราะอาจเสริมฤทธิ์กันได้
  • ควรระวังการใช้ร่วมกับยาที่มีกระบวนการเมแทบอลิซึมผ่านเอนไซม์ Cytochrome P450 (CYP) เนื่องจากฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ CYP1A2 CYP2C9 และ CYP3A4 

อาการไม่พึงประสงค์

  • อาจทำให้เกิดอาการเบื่ออาหาร มวนท้อง ท้องเดิน คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียนศีรษะ ใจสั่น อ่อนเพลีย กรณีที่มีอาการมาก เมื่อหยุดยาก็จะหายเป็นปรกติ
  • ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดอาการแพ้ เช่น ผื่น ลมพิษ หน้าบวม ให้หยุดยา และรับประทานยาแก้แพ้ ควรพบแพทย์ และห้ามใช้ยานี้อีก
  • ถ้ามีอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ ความดันต่ำ ให้นั่งหรือนอนพัก อาการจะดีขึ้น ใน 30 นาที 

ฟ้าทะลายโจรกับเชื้อไวรัสโควิด-19

ยาฟ้าทะลายโจรไม่ได้ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่เนื่องจากมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ จึงให้ใช้บรรเทาอาการในผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ และมีอาการไม่รุนแรง เช่น ไอ เจ็บคอ คัดจมูก มีน้ำมูก เพื่อช่วยต้านการอักเสบของระบบทางเดินหายใจส่วนบน  ลดโอกาสเชื้อจะลุกลามลงปอดได้ และให้ใช้ในผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการเกิดโรครุนแรง 

เงื่อนไขใช้ยาฟ้าทะลายโจรกับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

  • ใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีความรุนแรงน้อย เพื่อลดการเกิดโรคที่รุนแรง
  • เฉพาะผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีการควบคุมปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์
  • ใช้ได้โดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (อยู่ในการดูแลของแพทย์)
  • ต้องมีการติดตามประเมินประสิทธิผลและความปลอดภัยหลังการใช้อย่างเป็นระบบ
  • ใช้เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน ให้รับประทานฟ้าทะลายโจรที่มีสารแอนโดรกราโฟไลค์ ขนาด 20 มิลลิกรัมต่อวัน ติดต่อกัน 5 วัน เว้น 2 วัน แต่ไม่ควรติดต่อกันเกิน 3 เดือน (ดูที่ขนาดยา) 

คำแนะนำสำหรับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ควรได้รับยาฟ้าทะลายโจร โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  1. ผู้ที่ได้รับการตรวจยืนยันว่ามีการติดเชื้อโควิด-19 และไม่มีข้อห้ามต่อการใช้ยาฟ้าทะลายโจร
    • ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ไม่มีอาการ
    • ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง คือไม่น่าจะมีปอดอักเสบ ไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง และไม่มีโรคร่วมที่สาคัญ
    • ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทุกกรณีที่ยังต้องรอการรับเข้าโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา
  2. ผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะติดเชื้อ พิจารณาเช่นเดียวกับข้อ 1) โดยไม่ต้องรอผลการตรวจหาเชื้อไวรัส 

ขนาดยาที่ใช้ในการรักษาโควิด-19 โดยการยับยั้งการเพิ่มจำนวนไวรัสในเซลล์

  • ใช้ยาฟ้าทะลายโจรที่ระบุปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์เท่านั้น
  • สำหรับผู้ใหญ่ / ผู้ที่มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 50 กิโลกรมขึ้นไป คือ
    • สารแอนโดรกราโฟไลด์ ปริมาณ 180 มิลลิกรัมต่อวัน แบ่งวันละ 3 ครั้ง (เช้า กลางวัน เย็น) ก่อนอาหาร เป็นเวลา 5 วัน
  • ใช้ได้ทั้งในรูปแบบ “ยาสารสกัดฟ้าทะลายโจร” และ “ยาผงบดฟ้าทะลายโจร” ต้องให้ได้ปริมาณที่ได้รับใกล้เคียง 180 มิลลิกรมต่อวัน 

ถึงแม้ว่าฟ้าทะลายโจรจะเป็นยาสมุนไพรที่สามารถช่วยบรรเทาอาการโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ควรศึกษาข้อมูลหรือปรึกษาเภสัชกรและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนนำมารับประทานเพื่อความปลอดภัย  เพราะยาทุกชนิดมีทั้งคุณและโทษ จึงจำเป็นต้องใช้ให้พอดีและเหมาะสมในแต่ละขนาดของยาสำหรับโรคนั้น ๆ !! 

อย่างไรก็ตาม เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้สามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำสะอาดให้ได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการวันละ 6-8 แก้ว (1.5-2 ลิตร) จะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  

สนับสนุนข้อมูลความรู้โดยเครื่องผลิตน้ำดื่มอัจฉริยะรุ่นไอวอเตอร์ (iWater) และไอมินิ (iMini) ที่ให้คุณได้มากกว่าคำว่าน้ำดื่มที่สะอาด เพราะน้ำดื่มไอวอเตอร์เป็นน้ำกลุ่มโมเลกุลเล็ก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย คงไว้ซึ่งแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระบบจากองค์กรอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSF)

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii Mr.Happii

เรียบเรียงโดย : bibomom

ที่มา
Samyan Mitrtown
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
กระทรวงสาธารณสุข