น้ำขิง เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ

ขิง (Ginger) เป็นสมุนไพรที่หาได้ง่ายและอยู่คู่ครัวไทยมาเนินนานแล้ว และเป็นพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม และมีสารต้านอนุมูลอิสระมาก ซึ่งนอกจากจะถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารแล้ว ขิงยังมีสรรพคุณที่น่าทึ่งอีกมากมายหลายอย่าง ซึ่งล้วนแต่เป็นประโยชน์และช่วยเสริมภูมคุ้มกันร่างกายให้ร่างแข็งแรง   

ขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน จึงนิยมนำมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มน้ำขิงเพื่อสุขภาพ  ซึ่งมีทั้งแบบชงร้อนและใส่น้ำแข็ง หรือเป็นของหวาน เช่น บัวลอยน้ำขิง เป็นต้น ซึ่งในบทความนี้จาปินได้นำข้อมูลประโยชน์และสรรพคุณของน้ำขิงมาบอกเล่าให้ทราบ เพื่อให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพด้วยการดื่มน้ำขิงกันค่ะ 

ประโยชน์และสรรพคุณของน้ำขิง มีดังนี้ 

  • กระตุ้นระบบย่อยอาหาร ลดอาการท้องอืด
    น้ำขิงมีสารฟีโนลิกซึ่งมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองในลำไส้และกระเพาะอาหาร และมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีอาการจุกเสียด ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรืออาหารไม่ย่อย น้ำขิงจะสามารถช่วยเบาเทาอาการเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี 
  • ยับยั้งเชื้อโรคและแบคทีเรีย
    ในน้ำขิงมีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "จินเจอรอล" (Gingerol) ทำหน้าที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคและแบคทีเรีย ช่วยลดโอกาสติดเชื้อในลำไส้ และยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้อีกด้วย 
  • ลดอาการอักเสบ
    น้ำขิงมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก และมีสารจินเจอรอลซึ่งมีฤทธิ์แรงกว่ายาแอสไพรินที่ช่วยลดการอักเสบภายในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ นอกจากนี้ ผลขิงสด ๆ ตำจนละเอียด แล้วนำไปพอกบาดแผล สามารถช่วยลดการอักเสบและเป็นหนองได้ด้วย 
  • ลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง
    น้ำขิงมีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง อีกทั้งในน้ำขิงยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย และยังมีสารเคมีธรรมชาติที่ไปช่วยกระตุ้นเอนไซม์กลูตาไธโน เอส-ทรานสเฟอเรส (Glutathione S-Transferase) ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่จะช่วยลดโอกาสเกิดเซลล์มะเร็งร้ายได้ 
  • แก้วิงเวียนศีรษะ
    ขิงมีฤทธิ์ร้อนจึงเป็นยาแก้อาการคลื่นไส้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอาการวิงเวียนศีรษะและคลื่นไส้ที่เกิดจากความผิดปกติของลำไส้และกระเพาะอาหารจากสารเคมี หรืออาหารแสลง การดื่มน้ำขิงร้อน ๆ จะช่วยให้กระเพาะและลำไส้ทำงานเป็นปกติขึ้น น้ำขิงจึงเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับบรรเทาอากาคลื่นไส้ในผู้ป่วยที่รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด
  • ช่วยลดน้ำหนัก
    น้ำขิงมีสรรพคุณช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี  รวมทั้งช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่เป็นสาเหตุของความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไขมันในร่างกายเพิ่มมากขึ้นจากการบริโภค และสำหรับกลุ่มคนรักสุขภาพจะนิยมดื่มน้ำขิงร้อน ๆและควบคุมอาหาร เพื่อช่วยลดน้ำหนัก   
  • บำรุงฟันและช่องปาก
    น้ำขิงจะช่วยกำจัดเชื้อโรคและแบคทีเรียในช่องปาก ซึ่งเป็นสาเหตุของฟันผุ หินปูน และโรคเหงือก รวมทั้งยังช่วยบำรุงฟันอีกด้วย หากปวดฟันให้นำขิงแก่มาบดเป็นผง พอกบริเวณที่ปวดฟัน สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้ และการดื่มน้ำขิงเป็นประจำสามารถช่วยดูแลสุขภาพในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
  • บรรเทาอาการปวดศีรษะและไมเกรน
    สารจินเจอรอล (Gingerol) ในขิง ยังมีฤทธิ์ที่ช่วยลดความปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ในร่างกายได้ด้วย และหากรู้สึกปวดศีรษะจากไมเกรน สามารถดื่มน้ำขิงเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดเหล่านั้นได้ 
  • บรรเทาอาการหวัด
    น้ำขิงร้อน ๆ สามารถช่วยแก้หวัดและอาการคัดจมูกได้ ทำให้ทางเดินหายใจโล่ง หายใจได้สะดวกขึ้น เพราะในน้ำขิงมีสารจินเจอรอลที่สามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสโรคหวัดได้ หากไอ เจ็บคอ และมีเสมหะ การจิบน้ำขิงร้อน ๆ จะช่วยลดอาการเหล่านี้ให้ทุเลาลง 
  • บรรเทาอาการปวดประจำเดือน
    สตรีที่ประสบปัญหาปวดประจำเดือน ปวดเมื่อยตัว และรู้สึกอ่อนเพลีย สามารถดื่มน้ำขิงเพื่อบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ และน้ำขิงจะช่วยลดอาการท้องเสียในช่วงที่มีประจำเดือนได้ด้วย 
  • บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
    น้ำขิงมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยเนื้อกล้ามเนื้อจาการออกกำลังกาย หรือการทำงานหนักได้ด้วย 
  • รักษากรดไหลย้อน
    การดื่มน้ำขิงในระหว่างวันจะช่วยบรรเทาอาการกรดไหลย้อนได้ดี และหากดื่มเป็นประจำทุกวันควบคู่กับการปรับพฤติกรรมอื่น ๆ เช่น การรับประทานอาการ การนอน เป็นต้น ก็จะช่วยให้อาการกรดไหลย้อนดีขึ้นและหายเป็นปกติได้ 
  • ลดระดับน้ำตาลในเลือด
    ขิงมีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2  และการรับประทานควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย  

ข้อควรระวังในการดื่มน้ำขิง

  • สตรีมีครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มน้ำขิง เพราะบางกรณีอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อทารกในครรภ์ได้
  • ขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน หากดื่มมากจะทำให้เยื่อบุภายในช่องปากอักเสบเกิดเป็นแผลร้อนในได้ ดังนั้น จึงควรดื่มแต่พอดี
  • สำหรับผู้ที่ภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือกำลังใช้ยาละลายลิ่มเลือด ไม่ควรดื่มน้ำขิง เพราะขิงมีสรรพคุณต้านการแข็งตัวของเลือด 

ขิงเป็นพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมมาก ซึ่งในปัจจุบันได้ถูกนำมาสกัดเป็นเครื่องดื่มสำเร็จรูปสำหรับดื่มได้อย่างสะดวก หรือสามารถพกพาไปดื่มได้ทุกที่ หรือบางท่านอาจนิยมนำขิงสด ๆ มาต้มเป็นเมนูน้ำขิงร้อน ๆ ก็ได้เช่นกัน และหากไม่ชอบกลิ่นสมุนไพรฉุน ๆ ก็สามารถนำน้ำผึ้งมาผสมเพื่อเพิ่มรสชาติให้มีความหอมหวานขึ้นได้ 

อย่างไรก็ตาม เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์หลากหลายให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ) และดื่มน้ำสะอาดให้ได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการวันละ 6-8 แก้ว (1.5-2 ลิตร) จะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สนับสนุนข้อมูลความรู้โดยเครื่องผลิตน้ำดื่มอัจฉริยะรุ่นไอวอเตอร์ (iWater) และไอมินิ (iMini) ที่ให้คุณได้มากกว่าคำว่าน้ำดื่มที่สะอาด เพราะน้ำดื่มไอวอเตอร์เป็นน้ำกลุ่มโมเลกุลเล็ก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย คงไว้ซึ่งแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระบบจากองค์กรอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSF)

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii Mr.Happii

เรียบเรียงโดย : bibomom

ที่มา
Lifestyle Issue
ศูนย์สารนิเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์