ดูดไขมัน..อันตราย?

การดูดไขมันจัดเป็นการทำศัลยกรรมด้านความงามประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ซึ่งสามารถทำได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย และถึงแม้ว่าจะมีข่าวเกี่ยวกับอันตรายและการเสียชีวิตจากการดูดไขมันเกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความนิยมดังกล่าวลดน้อยลงไป และสำหรับใครที่สนใจหรืออาจกำลังคิดอยากจะไปดูดไขมัน และอาจกำลังคิดพิจารณาอยู่ว่า การดูดไขมันนั้นมีอันตรายหรือไม่? อย่างไร? ควรทำดีไหม? ในบทความนี้จาปินได้รวบรวมข้อมูลในอีกมุมหนึ่งของการดูดไขมันมาบอกเล่าให้ทราบกันเพื่อประกอบการพิจารณาดังนี้ 

การดูดไขมัน (Liposuction)  เป็นกระบวนการศัลยกรรมเพื่อความงามที่ใช้เทคนิคในการดูดไขมันส่วนเกินในชั้นใต้ผิวหนังออกจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเฉพาะจุด ซึ่งเป็นจุดที่ลดไขมันได้ยากแม้ว่าจะควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้ว เช่น หน้าท้อง สะโพก ต้นขา ก้น แขน หรือคอ 

ทั้งนี้ ผู้ที่เข้ารับการดูดไขมันอาจไม่จำเป็นต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยจะใช้ระยะเวลาของขั้นตอนการดูดไขมันประมาณ 2 ชั่วโมง โดยจะขึ้นอยู่กับประเภทของการดูดไขมัน และต้องสังเกตอาการหลังการดูดไขมันอีกประมาณ 1 ชั่วโมง  โดยอาจจะมีน้ำไหลซึมออกจากแผลซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ นอกจากนั้น บริเวณที่ดูดไขมันอาจจะเกิดอาการช้ำ บวม และมีความเจ็บปวดหลังการดูดไขมัน แต่จะเป็นเพียงไม่กี่สัปดาห์ 

การดูดไขมันมีอยู่ 2 วิธีด้วยกัน คือ

  • การใช้การดมยาสลบ (วิธีแบบดั้งเดิม)
  • การดูดไขมันด้วยเทคนิค Tumescent หรือการใส่ยาชาและน้ำเกลือที่เนื้อเยื่อไขมัน ซึ่งเป็นวิธีหลักที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญใช้ในการดูดในปัจจุบัน 

ประเมินความเสี่ยงตัวเอง

ก่อนทำการดูดไขมัน ควรศึกษาหาข้อมูลปรึกษา พูดคุย และสอบถามกับศัลยแพทย์ถึงความคาดหวังและเป้าหมายของการศัลยกรรมดูดไขมันประกอบการพิจารณา ซึ่งหากตัดสินใจทำแล้วก็จะมีการตรวจสอบประวัติและตรวจสอบทางการแพทย์ต่าง ๆ และควรเปิดเผยกับศัลยแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว (ถ้ามี) ประวัติการแพ้ยา การใช้ยารักษาโรค อาหารเสริม หรือมีการใช้สมุนไพรชนิดใดหรือไม่ ซึ่งศัลยแพทย์จะแนะนำให้หยุดใช้ยาบางชนิด เช่น ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด หรือยาลดการอักเสบ (NSAIDs) ก่อนการเข้ารับการดูดไขมันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ หากมีโรคประจำตัวหรือกำลังป่วย อาจเป็นข้อห้ามในการดูดไขมัน ดังนั้น ควรประเมินตัวเองว่ามีความพร้อมสำหรับการดูดไขมันหรือไม่ ก่อนจะตัดสินใจทำการดูดไขมัน 

ผลข้างเคียงจากการดูดไขมัน        

หลังจากการดูดไขมันเรียบร้อยจะเกิดอาการต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เช่น บวมและช้ำ อาการชา อาจมีรอยแผลเป็น เกิดการอักเสบ มีการสะสมของของเหลว เป็นถุงใต้ผิวหนัง แต่ในบางกรณีอาจมีผลข้างเคียง เช่น เป็นก้อนไม่สม่ำเสมอ เกิดการเปลี่ยนแปลงของสีผิวในพื้นที่ที่ได้รับการรักษา ห้อเลือด เกิดอาการชาเป็นระยะเวลาหลายเดือน 

การดูดไขมันเป็นอันตรายหรือไม่?

การดูดไขมันไม่ใช่การลดความอ้วน แต่เป็นเพียงการลดไขมันเฉพาะส่วนเท่านั้น ซึ่งอาจมีอันตรายจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

  • อันตรายจากการให้ยาชาและยาสลบ ซึ่งมี 2 วิธี คือ 
    • การฉีดยาชา ใช้ในกรณีการดูดไขมันที่มีไม่มากนัก และอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ เช่น ท้องแขน ต้นแขน ต้นขา เป็นต้น ซึ่งคนไข้จะรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา แต่หากร่างกายดูดซึมยาชามากเกินไปหัวใจอาจเต้นผิดปกติและอาจทำให้เสียชีวิตได้
    • การฉีดยาเพื่อให้หลับ ใช้ในกรณีการดูดไขมันที่มากขึ้นกว่าข้อแรก แพทย์จำต้องใช้ยามากขึ้น ซึ่งนำมาสู่ความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย และในการดูดไขมันนั้น คนไข้อาจจะไม่ได้นอนหงายเพียงอย่างเดียว บางครั้งต้องพลิกตัว นอนตะแคง หรือนอนคว่ำ จะมีความเสี่ยงที่ตามมาคือ บางครั้งคนไข้ไม่รู้ตัวแล้วเกิดทางเดินหายใจมีการตีบ หรือติด หรือระบบปอด หัวใจ ทำงานได้ไม่ดี ก็มีโอกาสเสียชีวิตคาเตียงได้

*และในบางกรณีอาจต้องใช้วิธีใส่ท่อช่วยหายใจ ซึ่งอาจเป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุด เพราะจะมีวิสัญญีแพทย์ช่วยดูแล

  • อันตรายระหว่างการดูดไขมัน
    การดูดไขมันนั้นยิ่งดูดมากยิ่งมีความเสี่ยงมาก (สำหรับคนไทยปริมาณ 2-3 ลิตรถือว่ามากแล้ว) เพราะก่อนจะทำการดูดไขมันจำเป็นต้องฉีดสารน้ำบางอย่างเข้าสู่ร่างกาย เพื่อให้ไขมันมีความนุ่มตัว เวลาดูดจะได้ไม่เจ็บมาก เลือดไม่ออก แต่สารน้ำที่ฉีดจะมีส่วนประกอบของยาหลาย ๆ ชนิด สิ่งสำคัญคือ การคำนวณปริมาณยากับน้ำหนักตัว หากคำนวณผิดพลาดอาจมีผลต่อชีวิตของคนไข้ได้ และอันตรายอื่น ๆ ได้แก่
    • การแพ้ยา เนื่องจากในสารน้ำมีส่วนผสมของ “อะดรีนาลีน” ซึ่งจะช่วยทำให้หลอดเลือดหดตัว เวลาดูดไขมันจะช่วยไม่ให้เลือดออก แต่หากฉีดในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้การเต้นของหัวใจผิดปกติ ซึ่งอาจส่งผลทำให้เสียชีวิตได้
    • การติดเชื้อ การติดเชื้อจากการดูดไขมันปริมาณมากจนไม่เหลือไขมันใต้ผิว ทำให้ผิวแห้งกรอบ ไม่นุ่มนวล หรือเกิดการทำลายระบบเส้นเลือดมากไปจนทำให้เกิดเนื้อตายและมีการติดเชื้อตามมา หรือติดเชื้อจากอุปกรณ์ดูดไขมันที่ไม่ได้มาตรฐาน
    • อวัยวะสำคัญ ๆ ถูกแทงทะลุ เช่น ลำไส้ มีโอกาสเสี่ยงถูกแทงทะลุโดยอุปกรณ์ดูดไขมัน

ทั้งนี้ การเสียชีวิตจากการดูดไขมันมักเกิดจากการที่มีลิ่มเลือดหรือลิ่มไขมันไปอุดตันที่ปอดหรือหัวใจ และมักมีสาเหตุมาจากอุปกรณ์ที่ใช้ เช่น หัวดูดมีขนาดใหญ่เกินไป หรือฉีดแรงเกินไป หรือใช้อุปกรณ์ดูดออกแล้วและเอามาฉีดดันเข้าไปอีก ส่งผลให้ไขมันเข้าไปในเส้นเลือด และไปอุดตันในปอดหรือหัวใจจึงทำให้เสียชีวิต หรือในบางกรณีอาจมีเลือดออกมาก และเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน

การดูดไขมันเป็นหนึ่งในกระบวนการผ่าตัดที่มาพร้อมกับความเสี่ยง ซึ่งผู้เข้ารับการดูดไขมันจะต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพดี ไม่มีปัญหาด้านสุขภาพหรือไม่มีโรคประจำตัว เช่น การไหลเวียนโลหิต โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง และถึงแม้ว่าการดูดไขมันจะมีผลถาวรสำหรับไขมันที่ถูกดูดออกไปแล้ว แต่ร่างกายก็สามารถมีไขมันเพิ่มมาได้ใหม่ หรืออาจมีน้ำหนักเพิ่มได้อีก หากไม่มีการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และสำหรับคนทั่วไปที่มีความต้องการอยากจะดูดไขมันออก ควรเลือกแพทย์เฉพาะทางและสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานสูงเพื่อความปลอดภัย

ดังนั้น เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและรูปร่างที่สมส่วน ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์หลากหลายให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำสะอาดให้ได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการวันละ 6-8 แก้ว (1.5-2 ลิตร) จะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สนับสนุนข้อมูลความรู้โดยเครื่องผลิตน้ำดื่มอัจฉริยะรุ่นไอวอเตอร์ (iWater) และไอมินิ (iMini) ที่ให้คุณได้มากกว่าคำว่าน้ำดื่มที่สะอาด เพราะน้ำดื่มไอวอเตอร์เป็นน้ำกลุ่มโมเลกุลเล็ก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย คงไว้ซึ่งแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระบบจากองค์กรอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSF)

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii Mr.Happii

เรียบเรียงโดย : bibomom

ที่มา
Pobpad
Thairath Online
Rattinan Medical Center