อาการโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ ติดง่าย กระจายเร็ว เชื้อลงปอดไว!!

จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 64 ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าเชื้อไวรัสที่กำลังระบาดอยู่ในรอบนี้เป็นสายพันธุ์อังกฤษที่มีการกลายพันธุ์ สามารถแฝงตัวอยู่ในร่างกายคนได้นานและแพร่กระจายเชื้อได้เร็วขึ้นกว่าสายพันธุ์เดิม ในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์หลังจากที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายแรกจากคลัสเตอร์สถานบันเทิงย่านทองหล่อ หลังจากนั้นก็มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วประเทศเกือบทุกจังหวัดแล้ว ณ ขณะนี้  ซึ่งนับเป็นการแพร่ระบาดอย่างหนักและรุนแรงมาก ทำให้เกิดปัญหาด้านการบริหารจัดการในหน่วยงานของรัฐ กรณีโรงพยาบาลเตียงเต็ม จำนวนเตียงไม่เพียงพอรองรับผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อไม่สามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขได้ บางกรณีผู้ติดเชื้อต้องรอคิวนานจนอาการหนักและเสียชีวิตลง และมีผู้เสียชีวิตรายวัน ซึ่งได้สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก เนื่องจากหากตรวจพบว่าตัวเองติดเชื้อแล้วกลัวว่าจะไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และกังวลว่าจะต้องรออยู่นานหลายวันกว่าจะได้คิวเพื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือโรงพยาบาลสนาม หรือฮอสพิเทล เหมือนหลายกรณีตามรายงานข่าวซึ่งมีอยู่ทุกวัน

อย่างที่ได้ทราบกันไปแล้วว่า เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ ณ ขณะนี้ สามารถแพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็วกว่าสายพันธุ์เดิมถึง 1.7 เท่า และอาการที่แสดงออกมาจะแตกต่างจากเดิม บางกรณีก็ไม่แสดงอาการเลยก็มี บางกรณีติดเชื้อแล้วมีอาการหนักมากจนต้องเข้าไอซียู บางรายต้องเสียชีวิตลงในวัยหนุ่มวัยสาว และสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวยิ่งมีความเสี่ยงสูง เพราะเชื้อไวรัสสายพันธุ์นี้สามารถลงสู่ปอดเร็วกว่าเดิม จึงทำให้หลายคนเกิดความกังวลใจว่าตัวเองนั้น ติดโควิดแล้วหรือยัง? จะสังเกตอาการอย่างไร? มีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน? ในบทความนี้จาปินได้รวบรวมข้อมูลมาให้ทราบกันค่ะ

อาการเบื้องต้นโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษในผู้ติดเชื้อแต่ละรายจะมีความผันแปรในแต่ละคน ในบางรายอาจมีอาการหลายอย่างมาพร้อมกัน บางรายอาจมีอาการเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือบางรายอาจไม่แสดงอาการอะไรเลยแต่เชื้อได้ลงไปที่ปอดเรียบร้อยแล้ว โดยจะทราบจากผลการเอกซเรย์ปอด ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที :-

อาการที่สามารถสังเกตได้ มีดังนี้

  • ตาแดง
  • มีผื่นตามตัว
  • น้ำมูกไหล
  • มีไข้
  • ไอ
  • เจ็บคอ
  • มีเสมหะ
  • ครั่นเนื้อครั่นตัว
  • หายใจเหนื่อยหอบ
  • ลิ้นไม่รับรส (เหมือนกับสายพันธุ์เดิม เกิดขึ้นในผู้ติดเชื้อบางราย)

ทั้งนี้ นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ตั้งข้อสังเกตจากผลการเอกซเรย์ปอดของผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ จำนวน 200 กว่าราย สรุปโดยรวมว่า การระบาดในระลอกนี้ เชื้อมีความดุมากกว่าเดิม  ปริมาณเชื้อในโพรงจมูกและเสมหะมีมากกว่าเดิม เชื้ออยู่ในร่างกายของคนได้นานขึ้นและกระจายได้เร็วขึ้นด้วย เชื้อลงสู่ปอดในกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้นกว่าสายพันธุ์เดิม และหลังจากติดเชื้อไปแล้วจะมีอาการแสดงออกมาให้เห็นเร็วขึ้น มีอาการปอดอักเสบเกิดขึ้นเร็ว และคาดว่าจะมีเคสหนัก ๆ ในไอซียูเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าข้อมูลนี้มีความสอดคล้องกันกับข้อมูลในประเทศอังกฤษซึ่งเป็นประเทศแรกที่ได้ตรวจพบการแพร่ระบาดของสายพันธุ์นี้ ดังนั้น เพื่อลดความรุนแรงของโรค และเพื่อลดอัตราการเสียชีวิต จึงควรป้องกันการแพร่เชื้อในแหล่งชุมชน ด้วยกระจายวัคซีนให้ทั่วถึง

และพญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร แพทย์อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจ ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับอาการของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษจากพื้นที่ทองหล่อ กรุงเทพมหานคร เทียบกับเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ที่แพร่ระบาดในพื้นที่มหาชัย จ.สมุทรสาคร ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วย 60 ราย หลังจากที่รับผู้ป่วยเข้ารับการรักษาผ่านมา 5 วัน ดังนี้

  1. ระยะเวลาการเกิดโรคและแสดงอาการชัดเจนมาก 2-3 วันหลังสัมผัสเชื้อ
  2. อาการตอนแรกจะปวดเมื่อยเป็นหลักเหมือนไข้ต่ำ ๆ เจ็บคอนิด ๆ แต่ไม่เป็นอะไรเยอะ
  3. อาการที่เกี่ยวข้องกับลำไส้และทางเดินอาหาร มีมาก่อนได้ เจอประมาณ 3 คน (5%) ที่มีอาการถ่ายเหลวนำมาก่อน ซึ่งสายพันธุ์เดิมก็มีถ่ายเหลวได้แต่จะเกิดขึ้นในวันหลัง ๆ
  4. ไข้เด่นมาก (หมายถึง มีไข้นำมาก่อนชัดเจนมากและไข้สูง) หลายคนมีไข้ 38.5-39.0 องศา มาเยอะตอนวันหลังๆ ประมาณวันที่ 3-4 ของการมีอาการ
  5. ปวดเมื่อยตามตัวตามช่วงที่มีไข้ คนไข้จะบอกว่าปวดหนัก ๆ ลึก ๆ ปวดกระดูกเป็นพัก ๆ
  6. มีอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจส่วนบน (ไอ น้ำมูก จาม เจ็บคอ) บ้าง แต่ไม่เยอะ แบบหวัดธรรมดา
  7. กลิ่นยังโอเค ได้กลิ่นดี กินข้าวไม่อร่อยบ้างแต่ยังรับรสดีอยู่ อาจจะเป็นเพราะมาพบแพทย์เร็ว ต้องดูอีกทีสัปดาห์หน้า
  8. ปอดบวมมีบ้าง แต่ดูไม่เยอะเท่ารอบแรก แต่ที่ได้ยินเวลาโรคมีการเปลี่ยนแปลงจะแย่ลงเร็วมาก ให้ระวัง ที่เจอยังไม่เยอะ อาจจะเป็นวันแรก ๆ ก็ได้ สัปดาห์หน้ามาดูกันใหม่
  9. เม็ดเลือดขาวต่ำกว่ารอบแรก รอบนี้ประมาณ 3,000 และเป็นลิมโฟไซต์ 800-1500 มีเกร็ดเลือดค่อนข้างต่ำหลายคน
  10. ผู้หญิงหลายคนดูฟิล์มเอกซเรย์ (แปลผลอาการปอดอักเสบ) ยากกว่าเดิมมาก เพราะทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกกันเยอะ
  11. ติดเชื้อแล้วไม่แสดงอาการ ไม่มาก แค่ 5% ได้
  12. ค่าการเพิ่มของสารพันธุกรรมไวรัสโควิด (Cycle threshold) ยิ่งผลตรวจออกมาได้ค่า Ct น้อย ๆ แสดงว่ามีเชื้อไวรัสเยอะ เพราะทำแค่ไม่กี่รอบก็สามารถเพิ่มสารพันธุกรรมจนตรวจเจอได้แล้ว ในรอบนี้ต่ำประมาณ 10 กว่า ๆ มีเยอะมาก 

สิ่งที่น่ากังวลคือ จะให้ผู้ป่วยกลับบ้านหลังจากดูอาการและคนไข้ไม่มีอาการแล้ว 10 วันได้หรือไม่ และไวรัสสายพันธุ์ใหม่ยังจะแอบแพร่เชื้อได้หรือไม่ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงคือคนหนุ่มสาวที่ติดเชื้อไปเที่ยวสถานบันเทิงหลายแห่งในคืนเดียว รวมทั้งเมื่อกลับภูมิลำเนาก็ไปเที่ยวสถานบันเทิงอีก ทำให้แพร่กระจายมาก ร่วมกับสายพันธุ์อังกฤษที่แพร่กระจายรวดเร็วขึ้น จากการตรวจผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการแต่มีเชื้อในลำคอจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม สายพันธุ์นี้ไม่ได้รุนแรงขึ้น ยาที่ใช้ในการรักษายังมีประสิทธิภาพ และไม่กระทบกับวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบัน

แต่ไม่ว่าจะเป็นโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่หรือสายพันธุ์เดิม สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคปอด โรคภูมิแพ้ เป็นต้น ก็อาจมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูง ดังนั้น จึงควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัย และเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้พร้อมรับมือกับเชื้อไวรัสร้ายชนิดนี้ เราจึงต้องดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำสะอาดให้ได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการวันละ 6-8 แก้ว (1.5-2 ลิตร) จะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

สนับสนุนข้อมูลความรู้โดยเครื่องผลิตน้ำดื่มอัจฉริยะรุ่นไอวอเตอร์ (iWater) และไอมินิ (iMini) ที่ให้คุณได้มากกว่าคำว่าน้ำดื่มที่สะอาด เพราะน้ำดื่มไอวอเตอร์เป็นน้ำกลุ่มโมเลกุลเล็ก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย คงไว้ซึ่งแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระบบจากองค์กรอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSF)

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii Mr.Happii

เรียบเรียงโดย : bibomom

ที่มา
กระทรวงสาธารณสุข
Sanook
MSN