ประโยชน์เน้น ๆ จากผักจิ๋ว “ไมโครกรีน”

ปัจจุบันกระแสความนิยมไมโครกรีนกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยสีสันที่สวยงาม เนื้อสัมผัสที่กรอบอร่อย และรสชาติที่เข้มข้น จึงเป็นที่นิยมนำมารับประทานแบบสด ๆ มากกว่านำไปผ่านกระบวนการปรุงแต่ง เช่น ใส่ในสลัด แซนด์วิช ทานกับน้ำพริก หรือตกแต่งจานอาหาร ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับคำ ๆ นี้ แต่สำหรับกลุ่มคนที่รักสุขภาพอยู่แล้วหรือสายคลีนมักจะรู้จักคำ ๆ นี้เป็นอย่างดี ไมโครกรีนคืออะไร? มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร? จาปินมีข้อมูลเรื่องนี้มาบอกให้ทราบกันค่ะ 

ไมโครกรีน (Microgreens) คือ ต้นกล้าขนาดเล็กหรือต้นอ่อนของพืชผัก สมุนไพร หรือธัญพืชชนิดต่าง ๆ ซึ่งทำการเพาะเมล็ดและเจริญเติบโตจนมีใบจริง 2-3 ใบ ความสูงประมาณ 2-4 นิ้ว มีลักษณะรูปทรงและสีสันสวยงามน่ารับประทานแล้วแต่ละชนิดของพืชผักนั้น ๆ  มีกลิ่นหอม มีสารอาหารมาก และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าผักที่โตเต็มที่ โดยใช้เวลาในการเพาะปลูกเพียง 7-10 วันก็สามารถนำมารับประทานได้แล้ว 

ในต้นอ่อนจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช เมื่อนำมารับประทานจึงมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าพืชผักทั่วไปที่เติบโตเต็มที่แล้ว ซึ่งสารอาหารจะลดลงตามระยะเวลาที่ใช้ในการเพาะปลูก ดังนั้น ไมโครกรีนจึงเหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัยที่ชอบรับประทานผัก หากเพิ่มไมโครกรีนในอาหารก็จะยิ่งได้รับสารอาหารเพิ่มมากขึ้น 

ผศ.ดร.ณัฐชัย พงษ์ประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) บางขุนเทียน ได้กล่าวไว้ว่า แนวโน้มการบริโภคผักกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยรับประทานผักต้นโตเต็มวัย แต่ปัจจุบันคนเริ่มหันมาบริโภคไมโครกรีน หรือต้นอ่อนเพิ่มมากขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องรับประทานผักในปริมาณมาก การบริโภคไมโครกรีนในอาหารแค่เพียงเล็กน้อยก็จะได้รับคุณค่าของสารอาหารในปริมาณที่มากกว่าการบริโภคผักที่โตเต็มที่ทั่ว ๆ ไป  จึงเหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบการรับประทานผักทุกเพศทุกวัย 

มีรายงานว่า ถึงแม้ว่าไมโครกรีนจะเป็นผักขนาดจิ๋ว แต่มีปริมาณสารอาหารและสารพฤษเคมีสูงมาก เช่น วิตามินซี แคโรทีนอยด์ สารประกอบฟีนอล มีแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี ดีบุก เป็นต้น และที่สำคัญมีสารต้านมะเร็งสูงกว่าในผักโตเต็มวัยทั่วไป และด้วยคุณประโยชน์ที่ไม่ได้เล็กตามขนาด จึงส่งผลให้ไมโครกรีนเป็นที่นิยมของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีรายงานยืนยันว่า ไมโครกรีนมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายหลายอย่าง โดยเฉพาะต้นอ่อนของผักในตระกูลกะหล่ำ เช่น บรอกโคลี กะหล่ำปลี คะน้า หัวไชเท้า เนื่องจากมีสารต้านมะเร็งที่มีเฉพาะในผักตระกูลกะหล่ำเท่านั้น 

หากอยากจะเพาะปลูกไมโครกรีนเพื่อนำมารับประทานเองก็สามารถทำได้ โดยมีหลักการเหมือนกับการปลูกผักทั่ว ๆ ไป แต่ใช้ระยะเวลาในการเพาะปลูกสั้นกว่าเพียง 7-10 วันเท่านั้น และเมื่อต้นอ่อนมีขนาดความสูงประมาณ 2-4 นิ้ว และมีใบ 2-3 ใบ ก็สามารถเก็บมารับประทานได้แล้ว หรืออาจจะเพาะปลูกเพื่อจำหน่ายก็สามารถทำได้ 

ไมโครกรีนสามารถนำมารับประทานได้หลากหลายรูปแบบ เช่น นำมาปั่นเป็นเครื่องดื่มสมูทตี้ หรือนำมาโรยหน้าทานกับซุป สลัด หรือแซนด์วิช ก็จะได้รับประโยชน์และคุณค่าทางอาหารมาก ในปัจจุบันผักไมโครกรีนจัดว่าเป็นรูปแบบใหม่ในการบริโภคผักของคนไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องมีการให้ความรู้เกี่ยวกับไมโครกรีนเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจและรับรู้ถึงคุณประโยชน์ของไมโครกรีนให้มากยิ่งขึ้น 

อย่างไรก็ตาม เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอวันละ 30-45 นาที (สัปดาห์ละ 5 วัน) และดื่มน้ำสะอาดให้ได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการวันละ 6-8 แก้ว (1.5-2 ลิตร) จะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สนับสนุนโดยเครื่องผลิตน้ำดื่มอัจฉริยะรุ่นไอวอเตอร์ (iWater) ให้คุณได้มากกว่าคำว่า น้ำดื่มที่สะอาด เพราะน้ำดื่มไอวอเตอร์เป็นน้ำกลุ่มโมเลกุลเล็ก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย คงไว้ซึ่งแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระบบจากองค์กรอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSF)

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii Mr.Happii

เรียบเรียงโดย : bibomom

ที่มา
Hydroboxs
ฐานเศรษฐกิจ