ปัสสาวะเล็ด กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัญหากวนใจผู้หญิง

สำหรับผู้หญิงวัยสาวไปจนถึงหญิงสูงวัยหลายคนประสบปัญหาปัสสาวะเล็ด มีปัสสาวะไหลซึมออกมาในเวลาที่ปวดปัสสาวะ ไอ จาม หัวเราะ หรือยกของหนัก ทำให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือบางครั้งนั่งอยู่เฉย ๆ ปัสสาวะก็ซึมออกมาได้เช่นกัน บางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย และหลายคนไม่อยากออกนอกบ้าน เพราะมีความกังวลใจจนต้องใส่ผ้าอนามัยเพื่อป้องกันไว้ ทราบหรือไม่ว่าปัญหาปัสสาวะเล็ดเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน อาจจะเกิดขึ้นช้าหรือเร็วแตกต่างกันไป ปัสสาวะเล็ดเกิดจากสาเหตุใด มีวิธีดูแลรักษาอย่างไร จาปินมีข้อมูลเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังค่ะ 

โดยปกติแล้วกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานจะทำหน้าที่หดรัดตัวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะปัสสาวะเล็ดเมื่อมีการไอ จาม หรือออกแรงเบ่งใด ๆ และช่วยปกป้องอวัยวะในอุ้งเชิงกราน ควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะและการเคลื่อนไหวของลำไส้ รวมถึงมีบทบาทหน้าที่ขณะมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานจะต้องมีความแข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทำงานผิดปกติ เช่น กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะบีบตัวอย่างกระทันหัน หรือกล้ามเนื้อหูรูดไม่แข็งแรงพอที่จะบีบตัวเพื่อปิดไม่ให้น้ำปัสสาวะไหลผ่านท่อปัสสาวะออกมาก็จะทำให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และเกิดปัสสาวะเล็ดได้ 

สาเหตุหลักที่ทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทำงานผิดปกติ 

  • กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรงลง ซึ่งเกิดจากการคลอดบุตร อายุที่เพิ่มมากขึ้น และกรรมพันธุ์
  • กล้ามเนื้อปัสสาวะอ่อนแรง ทำให้ระบบประสาทที่กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ
  • ความอ้วน หรือภาวะน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการเพิ่มแรงบีบต่อกระเพาะปัสสาวะที่มากขึ้น
  • พฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหารที่ทำให้กระเพาะปัสสาวะเกิดการระคายเคือง เช่น เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน น้ำอัดลม เป็นต้น
  • วัยอายุที่เพิ่มขึ้น ผู้หญิงที่ก้าวเข้าสู่วัยทองและวัยหลังหมดประจำเดือนจะมีกล้ามเนื้อช่องคลอดและอุ้งเชิงกรานไม่แข็งแรง 

การดูแลและการรักษา 

  • การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้แข็งแรง ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลดี
  • การออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก และควบคุมน้ำหนัก
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหารบางอย่าง
  • การรับประทานยา ซึ่งอาจช่วยได้เพียงเล็กน้อย และอาจมีผลข้างเคียง
  • การผ่าตัดเพื่อยกท่อปัสสาวะส่วนต้นและกระเพาะปัสสาวะให้สูงขึ้น ซึ่งจะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการหนักมาก 

ดังนั้น หากพบว่าตัวเองมีปัญหาเข้าข่ายปัสสาวะเล็ดตามที่ได้กล่าวไปแล้ว โปรดอย่านิ่งนอนใจ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาและดูแลรักษาให้ดีขึ้นต่อไป 

อย่างไรก็ตาม เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอวันละ 30-45 นาที (สัปดาห์ละ 5 วัน) และดื่มน้ำสะอาดให้ได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการวันละ 6-8 แก้ว (1.5-2 ลิตร) จะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สนับสนุนโดยเครื่องผลิตน้ำดื่มอัจฉริยะรุ่นไอวอเตอร์ (iWater) ให้คุณได้มากกว่าคำว่า น้ำดื่มที่สะอาด เพราะน้ำดื่มไอวอเตอร์เป็นน้ำกลุ่มโมเลกุลเล็ก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย คงไว้ซึ่งแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระบบจากองค์กรอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSF)

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii Mr.Happii

เรียบเรียงโดย : bibomom

ที่มา
Bangkok Hospital
UndubZapp
Post Today