ท้องผูก..แก้ไขได้ด้วยการปรับพฤติกรรม

อาการท้องผูกมีสาเหตุมาจากการที่ลำไส้มีการบีบตัวหรือเคลื่อนตัวช้าในระหว่างการย่อยอาหาร ทำให้ไม่สามารถกำจัดอุจจาระออกจากระบบทางเดินอาหารได้อย่างปกติ จึงเกิดการตกค้างในลำไส้ใหญ่เป็นเวลานานจนมีการดูดน้ำในอุจจาระกลับ ทำให้อุจจาระแข็งและขับถ่ายออกได้ลำบาก อาการดังกล่าวเป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันซึ่งเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ ในทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ปัญหาท้องผูกสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเราเอง ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังนี้ค่ะ 

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 
  1. รับประทานอาหารเช้าทุกวัน อาหารเช้าจะช่วยกระตุ้นให้กระเพาะอาหารขยายตัว และกระตุ้นลำไส้ใหญ่ให้ทำงานสัมพันธ์กับระบบขับถ่าย ทำให้รู้สึกปวดอุจจาระ และขับถ่ายได้อย่างเป็นปกติ 
  1. รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผักและผลไม้สดต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้ลำไส้และระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น 
  1. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อช่วยให้อุจจาระไม่แข็งและขับถ่ายได้คล่อง 
  1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบภายในและทำให้ลำไส้ทำงานได้ดีด้วย 
  1. ขับถ่ายให้เป็นเวลา เช่น ขับถ่ายในตอนเช้าทุกวัน เพื่อให้ร่างกายเคยชินและขับถ่ายโดยอัตโนมัติเมื่อถึงเวลา 
  1. ไม่อั้นอุจจาระ เมื่ออยู่ในสถานการณ์ปกติ หากรู้สึกปวดท้องอุจจาระ ควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ และไม่ควรละเลย 
  1. หลีกเลี่ยงการเบ่งอุจจาระที่ผิดวิธี เพราะจะส่งผลเสียต่อลำไส้ส่วนปลาย ซึ่งอาจทำให้เกิดริดสีดวงทวารได้ 
  1. รับประทานโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว เพื่อเสริมการทำงานของลำไส้ด้วยโพรไบโอติกส์ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกายจะช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น 
  1. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เนื่องจากการมีน้ำหนักตัวที่มากหรือน้อยจนเกินไปจะทำให้ร่างกายมีปัญหาสุขภาพได้ 
  1. หลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้เกิดความเครียด เพราะความเครียดมีผลทำให้ระบบการทำงานของร่างกายไม่ปกติ ซึ่งจะส่งผลให้ระบบขับถ่ายทำงานผิดปกติไปด้วย 
  • ใช้ยาระบายช่วยในการขับถ่าย
    หากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการรับประทานอาหารไม่ได้ช่วยให้อาการท้องผูกดีขึ้น อีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ คือ การใช้ยาระบายหรือยาถ่าย ซึ่งมีอยู่หลายชนิด แต่ละชนิดจะมีกลไกในระบบทางเดินอาหารและระดับความรุนแรงฤทธิ์ยาที่แตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนการใช้ยาระบายทุกครั้ง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อความปลอดภัย 

สุขภาพที่ดีเริ่มต้นด้วยการดูแลและใส่ใจตัวเอง และไม่ควรปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในภาวะท้องผูก ซึ่งหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้

อย่างไรก็ตาม เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอวันละ 30-45 นาที (สัปดาห์ละ 5 วัน) และดื่มน้ำสะอาดให้ได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการวันละ 6-8 แก้ว (1.5-2 ลิตร) จะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สนับสนุนโดยเครื่องผลิตน้ำดื่มอัจฉริยะรุ่นไอวอเตอร์ (iWater) ให้คุณได้มากกว่าคำว่า น้ำดื่มที่สะอาด เพราะน้ำดื่มไอวอเตอร์เป็นน้ำกลุ่มโมเลกุลเล็ก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย คงไว้ซึ่งแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระบบจากองค์กรอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSF)

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii Mr.Happii

เรียบเรียงโดย : bibomom

ที่มา
พบแทพย์
BrightTV