ลดน้ำหนักอย่างไรให้ได้ผล

สำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน หรือมีไขมันส่วนเกิน หรืออยู่ในภาวะอ้วน ที่กำลังพยายามลดน้ำหนักอยู่แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จกับเรื่องดังกล่าว อาจจะสงสัยว่าทำไม..การลดน้ำหนักถึงได้ทำยากจัง? ทำไมบางคนเขาลดน้ำหนักได้เร็ว? เขาทำได้..แต่ทำไมเราทำไม่ได้? ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ร่างกายของคนเรา..แต่ละคนไม่เหมือนกัน ระบบภายในของแต่ละคนนั้นมีประสิทธิภาพในการทำงานที่แตกต่างกัน และอาจจะมีเหตุปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายอย่างร่วมด้วย เพื่อให้การลดน้ำหนักของทุกคนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสบผลสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ จาปินมีข้อมูลที่ควรทราบมาบอกกันค่ะ 

สิ่งที่ควรทราบในการลดน้ำหลัก มีดังนี้

  • อย่างดอาหารเช้า
    อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญมากและมีผลต่อการลดน้ำหนักด้วย หากพยายามลดน้ำหนักโดยการงดรับประทานอาหารเช้าจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของระบบเผาผลาญลดลง เพราะร่างกายจะทำการกักเก็บพลังงานไว้เพื่อใช้ในยามจำเป็น และทำให้รู้สึกหิวมากขึ้นในมื้อกลางวัน ส่งผลให้ต้องรับประทานอาหารมื้อกลางวันมากขึ้นด้วย และร่างกายก็ต้องเก็บสะสมอาหารเหล่านี้เพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้น ควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ (เช้า กลางวัน และเย็น) โดยเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ แต่ให้ปรับลดปริมาณของอาหารหรือควบคุมแคลอรีลงเพื่อให้ระบบต่าง  ๆ ของร่างกายทำงานได้ตามปกติและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้การลดน้ำหนักได้ผลมากยิ่งขึ้น 
  • รู้จักระบบเผาผลาญพลังงานของตัวเอง
    หากรับประทานอาหารในปริมาณที่น้อยแล้วแต่น้ำหนักก็ยังขึ้นอยู่ หรือลดน้ำหนักไม่ลงเลย นั่นแสดงว่าระบบเผาผลาญพลังงานทำงานได้น้อยลง อาจมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น พฤติกรรมการใช้ชีวิต การรับประทานอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลมากเกินไป เคลื่อนไหวร่างกายน้อย หรือไม่ได้ออกกำลังกาย ดังนั้น ควรหากิจกรรมทำเพื่อให้ร่างกายได้ขยับ ไม่ว่าจะเป็นการลุก เดิน เดินขึ้น-ลงบันได หรืออื่น ๆ เพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวและเลือดลมสูบฉีด ซึ่งจะส่งผลให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานได้ดีขึ้น 
  • การออกกำลังกายที่เหมาะสม
    การลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย แต่หลายคนอาจยังไม่ประสบความสำเร็จกับวิธีนี้ ซึ่งประเภทของการออกกำลังกายก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเอง เช่น ว่ายน้ำ เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก โยคะ หรือเวทเทรนนิ่ง เป็นต้น ไม่ควรหักโหมจนเกินไป และต้องทำอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 วัน ซึ่งจะช่วยให้การลดน้ำหนักได้ผลดี และจะส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมด้วย 
  • กรรมพันธุ์
    “ยีนอ้วน” เป็นยีนที่สามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้ หมายความว่า หากเรามีพ่อหรือแม่ที่มีระบบเผาผลาญทำงานน้อยและมีรูปร่างที่อ้วนหรือมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน เราก็จะมีโอกาสอ้วนหรือมีน้ำหนักเยอะมากกว่าคนที่มีระบบเผาผลาญที่ทำงานปกติ ดังนั้น หากต้องการลดน้ำหนักก็ต้องออกกำลังกายมากกว่าคนอื่น เช่น เพิ่มเวลา เพิ่มอุปกรณ์ตัวช่วย เพื่อให้การลดน้ำหนักได้ผลดียิ่งขึ้น 
  • เพศ
    เพศมีส่วนในการลดน้ำหนักเป็นเรื่องจริง จากงานวิจัยพบว่าเพศชายสามารถลดน้ำหนักได้เร็วกว่าเพศหญิง แต่เพศหญิงสามารถคงรูปร่างนั้นไว้ได้นานกว่าเพศชาย และในขณะเดียวกันยังพบว่าหน้าท้องเป็นส่วนที่เพศชายลดได้ง่ายที่สุด ซึ่งจะแตกต่างจากเพศหญิงที่หน้าท้องและสะโพกเป็นส่วนที่ลดได้ยากที่สุด 
  • งดรับประทานอาหารใกล้เวลาเข้านอน
    อาหารมื้อเย็นควรรับประทานก่อนเวลาเข้านอน 2-3 ชั่วโมง การรับประทานผลไม้ต่าง ๆ หรือขนมขบเคี้ยวเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ควรงด เพราะจะทำให้กระเพาะต้องทำงานในเวลาที่ควรได้พักผ่อน และร่างกายจะไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานแย่ลงด้วย 
  • หลีกเลี่ยงความเครียด
    ความเครียดเป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้ร่างกายเกิดความอยากรับประทานอะไรที่มีรสชาติหวาน ๆ ซึ่งจะทำให้ระบบการทำงานในร่างกายแปรปรวนอีกด้วย เมื่อได้รับประทานของหวานแล้วก็จะรู้สึกว่าคลายเครียด แต่ของหวานที่มีแป้งและน้ำตาลจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ เป็นตัวการทำให้การลดน้ำหนักไม่ประสบผลสำเร็จ  ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงภาวะที่จะทำให้เกิดความเครียด เพื่อลดความอยากอาหารรสหวาน 
  • ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ
  • ไฮเปอร์ไทรอยด์ (Hyperthyroidism) คือ โรคไทรอยด์ชนิดเป็นพิษ หรือต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป ทำให้เกิดภาวะที่ร่างกายมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์สูง จึงมีการเผาผลาญพลังงานมากกว่าปกติ ส่งผลให้ร่างกายผอม หมายความว่า รับประทานอาหารมากแต่ก็ยังผอมอยู่ (กินยังไงก็ไม่อ้วน) และจะมีอาการอื่น ๆ ของโรคแสดงออกมาควบคู่กันไป 
  •  ไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) คือ โรคไทรอยด์ชนิดไม่เป็นพิษ หรือต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ ผลิตฮอร์โมนออกมาไม่เพียงพอ ทำให้เกิดภาวะที่ร่างกายพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ ทำให้การเผาผลาญพลังงานได้น้อยกว่าปกติและทำให้มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น  ถึงแม้ว่าจะรับประทานอาหารในปริมาณที่น้อยก็ตาม ใครที่อาจกำลังเผชิญกับปัญหานี้อยู่ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย และหากพบว่าเป็นไฮโปไทรอยด์ก็จะมีผลต่อการลดน้ำหนักได้ 
  • อย่านอนดึก
    การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือนอนดึกเป็นประจำสะสมไปเรื่อยจะทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกาย รวมทั้งระบบเผาผลาญพลังทำงานได้แย่ลง เพราะเวลากลางคือเป็นเวลาพักผ่อน เป็นเวลาที่อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายต้องทำการฟื้นฟูและซ่อมแซมตนเอง ยิ่งนอนดึก นอนน้อย จะยิ่งทำให้รู้สึกหิว ทำให้ต้องรับประทานอาหารเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ระบบต่าง ๆ แปรปรวนและประสิทธิภาพในการทำงานลง 

การลดน้ำหนักที่ถูกต้อง คือ การออกกำลังกายที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร ควรศึกษาและทำความเข้าใจกับร่างกายของตัวเองเพื่อผลลัพธ์ที่ดี.!! 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในช่วงของการลดหรือควบคุมน้ำหนัก แต่สิ่งสำคัญที่จะต้องใส่ใจดูแลควบคู่กันไปด้วยนั่นก็ คือ การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ดังนั้น ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และอย่าลืม...ดื่มน้ำสะอาดให้ได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการวันละ 6-8 แก้ว (1.5-2 ลิตร) จะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สนับสนุนโดยเครื่องผลิตน้ำดื่มอัจฉริยะรุ่นไอวอเตอร์ (iWater) ให้คุณได้มากกว่าคำว่า น้ำดื่มที่สะอาด เพราะน้ำดื่มไอวอเตอร์เป็นน้ำกลุ่มโมเลกุลเล็ก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย คงไว้ซึ่งแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระบบจากองค์กรอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSF) จาปินขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก.!!

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii Mr.Happii

เรียบเรียงโดย : bibomom

ที่มา
UndubZapp
พบแพทย์