เงินออม

 

เมื่อกล่าวถึงคำว่า “เงินออม” สำหรับกลุ่มคนวัยทำงานที่มีเงินออมและมีการออมเงินไว้ทุกเดือนอยู่แล้ว ก็คงพอจะนึกออกว่าคืออะไร และทำเพื่อวัตถุประสงค์ใด แต่สำหรับบางคนที่มีรายได้น้อย รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย หรือมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ กลับมองว่าการออมเงินนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากในทางปฏิบัติ และด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่าง จึงทำให้ไม่สามารถที่จะมีเงินออมได้ รวมทั้งหลายคนอาจคิดว่าการออมเงินนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายเฉพาะในหมู่คนรวย คนที่มีเงินเยอะ ๆ และคนที่มีรายได้มาก ๆ เท่านั้น แต่เชื่อหรือไม่ว่ามีบางคนที่มีรายได้เยอะ ๆ ซึ่งเมื่อมองจากภายนอกแล้วอาจจะดูเหมือนว่ามีความมั่นคง ไม่น่าจะมีปัญหาด้านการเงิน แต่จริง ๆ แล้วคนเหล่านั้นกลับไม่มีเงินออมเลย และไม่สามารถที่จะมีเงินออมได้   การออมเงินคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร จาปินมีข้อมูลเรื่องนี้มาฝากกันค่ะ 

การออม หมายถึง ส่วนต่างระหว่างรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง (Income – Expense = Saving) ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า   การออมเป็นรายได้ที่เหลือจากการใช้จ่ายแล้วนำมาเก็บสะสมทีละเล็กละน้อยให้พอกพูนขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป   หรือเรียกว่า “เงินออม” นั่นเอง 

ความสำคัญของการออมเงิน

เงินออมถือเป็นปัจจัยหลักเพื่อทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ ซึ่งเป้าหมายและขนาดของเป้าหมายอาจจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ละบุคคล เช่น เงินออมเพื่อการศึกษา เงินออมเพื่อที่อยู่อาศัย เงินออมเพื่อดูแลสุขภาพ เป็นต้น นอกจากนี้ การมีเงินออมไว้เพื่อใช้จ่ายยามฉุกเฉิน ก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะสามารถช่วยลดปัญหาสภาพคล่องด้านการเงินได้เมื่อยามจำเป็น และอาจช่วยลดปัญหาด้านอื่น ๆ ได้ด้วย 

ลองสำรวจตัวเองดูว่า เรามีเงินออมอยู่ไหม มีเงินที่ออมไว้แล้วเท่าไร หรือว่ายังไม่มีเงินออมเลยแม้แต่บาทเดียว อันนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก เนื่องจาก ณ ปัจจุบัน ทั่วโลกกำลังประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจถดถอย ส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนไปทุกระดับ หลายบริษัทขาดสภาพคล่องทางการเงินจนต้องปิดกิจการลง ทำให้แรงงานต้องตกงานกันเป็นจำนวนมาก ผู้คนขาดรายได้ และมีความเป็นอยู่ที่ขัดสนมากยิ่งขึ้น ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว หากเรายังมีเงินออมเก็บไว้ ก็จะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนไปได้บ้าง หรืออาจจะนำเอาเงินที่ออมไว้นั้นมาเป็นเงินทุนสำหรับสร้างอาชีพหรือเพิ่มช่องทางเพื่อหารายได้เข้ามาในครอบครัว ก็จะช่วยให้ชีวิตมีทางออกในยามวิกฤตได้ 

ออมเงินกันเถอะ

ในขณะที่เริ่มทำงานหรือเริ่มมีรายได้นั้น เชื่อว่าเกือบทุกคนคงยังไม่สามารถที่จะเก็บออมเงินได้ อันเนื่องมาจากเหตุปัจจัยหลายอย่าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง และอาจมีเงินเดือนหรือรายได้ที่มากขึ้น จึงมีการตั้งเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนมากขึ้นด้วย ส่งผลให้มีการบริหารจัดการรายได้และมีการออมเงินตามมาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้นั่นเอง 

การออมเงินนั้นไม่ว่าจะออมได้น้อยหรือออมได้มาก ถือเป็นความสำเร็จระดับหนึ่งที่ทำให้มีการออมเกิดขึ้น ในบางเดือนอาจจะสามารถออมเงินได้แค่เพียงหลักร้อย แต่บางเดือนอาจจะมีเงินออมได้เพิ่มขึ้นเป็นหลักพัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความตั้งใจและความสามารถในการออมของแต่ละคน และเมื่อมีการออมเงินเริ่มต้นขึ้นแล้ว หากสามารถเก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อย ๆ จากเดือนเป็นปี ผ่านไปเป็นเวลานานหลาย ๆ ปี ก็จะทำให้เรามีเงินหมื่นหรือเงินแสนเก็บไว้ในบัญชีเงินฝากได้ การมีเงินออมเก็บไว้จะทำให้เรามีสุขภาพด้านการเงินที่มั่นคง ซึ่งจะส่งผลให้มีความปลอดภัยในชีวิตความเป็นอยู่มากยิ่งขึ้น และยังช่วยลดความวิตกกังวลในจิตใจได้ด้วย 

หลักสำคัญในการออมเงิน คือ จะต้องไม่นำเงินออมนั้นออกมาใช้จ่ายก่อนเวลาอันควรโดยเด็ดขาด ซึ่งหมายความว่าควรนำเงินออมนั้นออกมาใช้จ่ายให้ตรงตามเป้าหมายและใช้จ่ายเฉพาะในยามที่จำเป็นเท่านั้น และอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การออมเงินไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย คือ การมีรายจ่ายที่มากกว่ารายได้ และการขาดวินัยในการออม ดังนั้น หากสามารถบริหารจัดการรายได้และรายจ่ายให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และมีวินัยในการออม ก็จะช่วยให้เราสามารถออมเงินได้ง่ายยิ่งขึ้น 

วิธีออมเงิน (ฉบับผู้เขียน)

เกี่ยวกับเคล็ดลับในการออมเงินนั้น เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยได้รับข้อมูลจากสถาบันการเงินและสื่อต่าง ๆ กันไปแล้ว ซึ่งสำหรับบางคนอาจจะสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง แต่สำหรับบางคนก็ยังคงเป็นเรื่องยากที่จะนำไปปฏิบัติกัน ตัวผู้เขียนเองมีสถานะเป็นมนุษย์เงินเดือนและเคยได้ลองทำตามคำแนะนำเหล่านั้นมาแล้ว แต่รู้สึกว่ายังไม่เวิร์กและไม่สามารถช่วยให้มีเงินออมได้ จึงได้คิดใหม่ทำใหม่และสร้างวินัยในตนเองเพื่อ บริหารจัดการรายได้และเก็บออมเงินในแบบฉบับของตัวเองขึ้นมา จนทำให้มีเงินออมเก็บไว้พอสมควร ซึ่งก็ถือว่าได้ประสบความสำเร็จระดับเล็ก ๆ ในการออมเงินสำหรับมนุษยเงินเดือนไปแล้ว เพราะอย่างน้อยก็ได้มีเงินออมเป็นของตัวเอง 

วีธีบริหารจัดการรายได้และออมเงิน (ฉบับผู้เขียน) มีดังนี้ 

  • ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เพื่อช่วยให้ทราบว่าเงินถูกใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง
  • วางแผนการใช้จ่ายเงิน โดยแบ่งสัดส่วนระหว่างรายจ่ายและเงินออมให้ชัดเจน
  • ตั้งเป้าเงินออม โดยในแต่ละเดือนต้องออมเงินให้ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งอาจจะออมเงินได้ไม่เท่ากันในแต่ละเดือน แต่อย่างน้อยต้องมีขั้นต่ำในการออม เช่น เป้าหมายออมเงินให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 1,000 บาท เป็นต้น และควรออมเงินเพิ่มตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นด้วย
  • ต้องมีวินัยในตนเอง เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารเฉพาะสำหรับการออมเงิน เมื่อเงินเดือนออกปุ๊ปต้องรีบโอนเข้าบัญชีเงินออมปั๊บทันที
  • ไม่ใช้บัตรเครดิต หรือหากจำเป็นต้องใช้ ควรใช้เท่าที่จำเป็น เช่น ใช้เพื่อซื้อของชิ้นใหญ่ ๆ หรือใช้เพื่อซื้อสินค้าแบบแบ่งจ่ายรายเดือน (0%) โดยมีกฎเหล็ก คือ ห้ามใช้จนเต็มวงเงิน และที่สำคัญต้องจ่ายคืนเต็มจำนวนของระบบทุกครั้ง
  • ไม่สร้างหนี้ หรือหากมีหนี้อยู่แล้ว เช่น หนี้บ้าน หนี้รถ หนี้จากการกู้ยืมเพื่อการศึกษา ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่มักจะมีหนี้สินเหล่านี้อยู่เช่นกัน ดังนั้น จึงไม่ควรสร้างหนี้เพิ่มอีก เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาและส่งผลกระทบกับหนี้ที่มีอยู่ก่อนแล้วได้
  • รู้จักประมาณตน ประหยัดในสิ่งที่ควรประหยัด ใช้จ่ายเฉพาะในสิ่งที่จำเป็น ซึ่งตัวเราเองจะรู้ดีที่สุดว่าอะไรจำเป็นหรือไม่จำเป็น ไม่ตามกระแสแฟชั่น และไม่ใช้จ่ายเงินไปกับสินค้าฟุ่มเฟือยต่าง ๆ หรือของแบรนด์เนม หรือเครื่องดื่มแบรนด์นอกราคาแพง ๆ เช่น ชากาแฟ และน้ำหวานต่าง ๆ   ซึ่งหากลดการใช้จ่ายส่วนนี้ได้จะช่วยให้มีเงินเหลือสำหรับออมเพิ่มขึ้นอีก
  • ซื้อสินค้าโปรโมชั่นในประเภทของใช้ต่าง ๆ เช่น แชมพู ครีมนวดผม ครีมอาบน้ำ โลชั่น เป็นต้น
  • หากมีเงินเหลือจากค่าใช้จ่ายประจำเดือน ให้นำมาเก็บเป็นเงินออม (เพิ่มเติม) ทันที
  • ท่องไว้เสมอว่า การมีเงินออมเก็บไว้ถือเป็นความปลอดภัยในชีวิต และจะช่วยให้ปัญหาชีวิตด้านอื่น ๆ ลดลงด้วย 

สนับสนุนโดยผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ได้แก่ เครื่องผลิตน้ำดื่มรุ่นไอวอเตอร์ (iWater)  และเครื่องรุ่นไอมินิ (iMini) ที่ให้คุณได้มากกว่าคำว่าน้ำดื่มที่สะอาด เครื่องผลิตน้ำอาบไอวอเตอร์  วอช (iWater Wash) ที่ให้คุณได้ชำระล้างทำความสะอาดร่างกายแบบหมดจด และเครื่องปรับบรรยากาศไอวอเตอร์แอร์ (iWater Air) ที่ช่วยให้บรรยากาศในบ้านคุณน่าอยู่มากยิ่งขึ้น เรามุ่งหวังให้ทุกคนมีสุขภาพด้านการเงินที่ดี เชิญมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวจาปินกับเราสิคะ.!!

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii Mr.Happii

เรียบเรียงโดย : bibomom