สัญญาณเตือน “โรคมะเร็งตับ” การรักษา และวิธีป้องกัน

 

เมื่อประมาณปลายสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีข่าวการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงท่านหนึ่ง ทำให้มีการพูดถึงโรคมะเร็งตับกันอย่างกว้างขวาง ดังนั้น เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงอันตรายจากโรคดังกล่าวซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้กับทุกคน จาปินขอนำความรู้เกี่ยวกับสัญญาณเตือนโรคมะเร็งตับ การรักษา และวิธีป้องกัน มาบอกกล่าวให้ทราบกันดังนี้ค่ะ 

โรคมะเร็งตับ เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในเพศชาย และพบมากเป็นอันดับ 3 ในเพศหญิง เนื่องจากมะเร็งตับมีการดำเนินโรคที่รวดเร็วมาก และผู้ป่วยที่ไปเข้ารับการตรวจรักษามักจะเนื่องจากมีอาการผิดปกติหรือโรคลุกลามไปมากแล้ว เมื่อแพทย์วินิจฉัยแล้วพบว่าเป็นมะเร็งตับ ก็มักจะเสียชีวิตลงภายในระยะเวลาไม่นาน 

สัญญาณเตือนโรคมะเร็งตับ

  • อ่อนเพลีย
  • เบื่ออาหาร
  • น้ำหนักลด
  • ท้องอืด
  • แน่นท้อง 

ศ.พิเศษ นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ แพทย์ศัลยกรรมมะเร็ง และผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ กล่าวว่า ตับเป็นอวัยวะภายในที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายมนุษย์ ทำหน้าที่สะสมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งถูกดูดซึมจากลำไส้ และนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ โดยสารอาหารเหล่านั้นอาจจะถูกเปลี่ยนแปลง (Metabolize) จากในตับไปเป็นพลังงาน หรือนำไปใช้เพื่อซ่อมแซมอวัยวะต่าง ๆ นอกจากนี้ ตับจะหลั่งน้ำดีเข้าไปในลำใส้เพื่อช่วยดูดซึมสารอาหาร โดยเฉพาะไขมัน และยังทำหน้าที่สลายแอลกอฮอล์ ยา และของเสียที่เป็นพิษ เพื่อขับออกมาทางปัสสาวะและอุจจาระ 

ตับประกอบไปด้วยเซลล์มากมาย ได้แก่ เซลล์ตับ (Hepatocyte) เซลล์ของเส้นเลือด และเซลล์ของท่อน้ำดี ซึ่งเซลล์ท่อน้ำดีนี้จะขยายออกไปยังถุงน้ำดีและลำไส้เล็ก เซลล์ต่าง ๆ ที่อยู่ในตับเมื่อเกิดการกลายพันธุ์ จะกลายเป็นเซลล์ของเนื้องอก หรือเซลล์มะเร็งที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ จะเจริญเติบโตด้วยตัวมันเองในตับและกระจายไปยังอวัยวะต่าง ๆ มะเร็งที่เกิดขึ้นจากเซลล์ที่แตกต่างกันนี้มาจากสาเหตุของการเกิดมะเร็งที่ต่างกัน จึงทำให้วิธีการรักษาและพยากรณ์โรคแตกต่างกันไป 

โรคมะเร็งตับ ที่พบได้บ่อยในประเทศไทย

โรคมะเร็งตับ ประกอบด้วย มะเร็งชนิดที่เกิดขึ้นจากเซลล์ที่อยู่ในตัวของตับเอง ที่พบได้บ่อยในประเทศไทยมีอยู่ 2 ชนิด คือ

  • โรคมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma) เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ที่บุท่อน้ำดีที่อยู่ในตับ สาเหตุมาจากโรคพยาธิใบไม้ในตับ พบได้บ่อยทางภาคอีสาน รวมถึงการรับประทานอาหารบางชนิดที่มีสารก่อมะเร็ง เช่น สารดินประสิว (Nitrosamine) ที่มีอยู่ในอาหารประเภทหมัก และอาหารจำพวกรมควัน เป็นต้น โรคมะเร็งชนิดนี้ การตรวจค้นระยะเริ่มแรกยังไม่มีวิธีการที่ดี และเมื่อเป็นแล้ววิธีการรักษาจะค่อนข้างยุ่งยาก และผลการรักษายังไม่ดีเท่าที่ควร 
  • โรคมะเร็งเซลล์ตับ (Hepatocellular carcinoma : HCC) พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย สาเหตุของการเกิดมะเร็งชนิดนี้ คือ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี ซึ่งสามารถติดต่อกันได้ทางเลือด ได้แก่ การติดจากแม่ไปสู่ลูกในครรภ์ หรือทางเพศสัมพันธ์ เมื่อเชื้อไวรัสเข้าไปอยู่ในเซลล์ตับก็จะกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง หรือกลายเป็นพาหะติดต่อผู้อื่นได้โดยตัวเองไม่มีอาการ  นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้กลายเป็นมะเร็งตับได้ เช่น ผู้ป่วยตับแข็งที่มาจากการดื่มแอลกอฮอล์จัด หรือจากไขมันพอกตับเป็นเวลานาน ๆ รวมถึงสารพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในถั่วลิสง พริกแห้ง กระเทียม ธัญพืชต่าง ๆ ที่มาจากเชื้อราที่มีสารอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) โดยสารนี้จะเป็นตัวเสริมให้เป็นมะเร็งเซลล์ตับในผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีได้ง่ายขึ้น และอาจมีมะเร็งตับที่เกิดจากมะเร็งชนิดอื่น ๆ ซึ่งกระจายมายังตับได้ง่ายด้วย โดยโรคมะเร็งชนิดนี้จะพบในประเทศแถบตะวันตกมากกว่าประเทศในแถบเอเชีย 

อาการของโรคมะเร็งตับ

มะเร็งตับในระยะแรกนั้นมักไม่แสดงอาการใด ๆ แต่เมื่อมะเร็งโตมากขึ้น ผู้ป่วยอาจมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ท้องอืด หรือมีอาการปวดหรือเสียวชายโครงด้านขวา จุกเสียดแน่นท้อง อาจจะปวดร้าวไปยังไหล่ขวาหรือใต้สะบักด้านขวา เมื่อมะเร็งทำลายหน้าที่ของตับมากขึ้น หรือเกิดการอุดตันของท่อน้ำดี ผู้ป่วยจะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม อาจจะมีอาการท้องบวม ขาบวม บางรายอาจจะมีไข้ต่ำ ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ และเมื่อมะเร็งเป็นมากแล้ว สามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ได้ เช่น กระดูก 

การตรวจเพื่อค้นหามะเร็งตับระยะแรกเริ่มนั้น สำหรับมะเร็งท่อน้ำดียังไม่มีวิธีใดดีที่สุด  แต่สำหรับมะเร็งตับและเซลล์ตับนั้น สามารถเฝ้าระวังโดยการตรวจอัลตราซาวด์ตับ หรือตรวจเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็งตับที่เรียกว่า Alpha Fetoprotein (AFP) ทุก ๆ 6-12 เดือน  ซึ่งมีหลักฐานว่าจะสามารถค้นหามะเร็งตับระยะแรกเริ่มได้ ซึ่งเมื่อพบว่ามีก้อนผิดปกติในตับแล้ว การวินิจฉัยโรคมะเร็งตับอาจจะตรวจด้วย ทีซีสแกน (CT Scan) หรือเอ็มอาร์ไอ (MRI) ตับ และในบางรายอาจจำเป็นต้องเจาะชิ้นเนื้อมาตรวจ 

การรักษาโรคมะเร็งตับ

  • จำเป็นต้องมีการวางแผนการรักษาโดยทีมแพทย์ที่มีความชำนาญในการรักษามะเร็งตับ (Multidisciplinary Team) เพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย 
  • มะเร็งตับมีหลายรูปแบบการรักษา เช่น การผ่าตัด แต่เนื่องจากมะเร็งชนิดนี้มักพบในผู้ป่วยที่มีตับอักเสบเรื้อรัง หรือมีตับแข็งอยู่ด้วย ฉะนั้น การผ่าตัดตับอาจจะทำได้ในผู้ป่วยบางรายเท่านั้น 
  • ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งตับขนาดไม่ใหญ่แต่มีตับแข็งมาก อาจจะต้องใช้วิธีการเปลี่ยนตับ ซึ่งวิธีการเปลี่ยนตับนั้นยังไม่ได้มีแพร่หลายในประเทศไทย เนื่องจากยังมีผู้บริจาคตับไม่มากนัก 
  • ในกรณีที่มะเร็งตับเป็นก้อนใหญ่หรือมีหลายก้อน ไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ อาจใช้วิธีการฉีดยาเคมีบำบัด เป็นการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) โดยใช้ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) หลายชนิด ซึ่งวิธีนี้เป็นที่ยอมรับว่ารักษาได้ผลดีที่สุด 
  • การรักษามะเร็งเซลล์ตับ โดยการใช้ยาต้านมะเร็งที่มีฤทธิ์เฉพาะเจาะจงที่เซลล์มะเร็งที่ตับ มีการวิจัยเพื่อนำไปสู่การรักษาที่แม่นยำยิ่งขึ้น (Precision Medicine) โดยตรวจหายีนส์จำเพาะมะเร็งตับเพื่อการรักษาที่แม่นยำ และสามารถใช้ยารักษาภูมิคุ้มกัน (Immunotherapy) มารักษามะเร็งตับได้ด้วย 

เนื่องจากมะเร็งตับระยะเริ่มแรกไม่มีอาการ เมื่อมีอาการแล้วโอกาสในการรักษาจึงมีน้อย การคัดกรองหรือเฝ้าระวังมะเร็งตับให้พบในระยะแรกเริ่มจึงเป็นวิธีที่มีโอกาสรักษาหายได้มากที่สุด 

การรักษามะเร็งตับในระยะเริ่มต้น ได้แก่ การรักษาด้วยคลื่นความร้อน จากคลื่นความถี่วิทยุสูง (RF) หรือคลื่นไมโครเวฟ โดยคลื่นดังกล่าวจะส่งผ่านเข็มเล็ก ๆ ที่แทงผ่านเข้าไปในก้อนมะเร็งในตับ ซึ่งได้ผลดีในมะเร็งตับที่มีขนาดเล็กกว่า 3 เซนติเมตร ในมะเร็งตับที่ก้อนใหญ่หรือมีหลายก้อนไม่สามารถจะผ่าตัดตับได้ อาจจะใช้วิธีการฉีดยาเคมีบำบัดและสารไปอุดตันกระแสเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็งตับ ด้วยการสอดท่อเล็ก ๆ ที่เรียกว่า สายสวน (Catheter) ผ่านทางเส้นเลือดที่ขาหนีบหรือที่แขนเข้าไปยังเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงตับ ซึ่งเรียกว่า Transarterial Chemoembolization (TACE) หรือบางครั้งเรียกว่า Transarterial Oil Chemoembolization (TOCE) ซึ่งวิธีการเหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันที่ส่วนผสมของยาเคมีบำบัดกับสารที่เป็นน้ำมัน คือ Lipiodol สามารถอุดตันหลอดเลือดได้ดีกว่า และอาจต้องฉีดเพื่ออุดตันเส้นเลือดหลายครั้ง เพื่อลดการฉีดหลาย ๆ ครั้ง แพทย์จะใช้การฉีดสารกัมมันตภาพรังสีเข้าทางเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงตับ เพื่อเป็นการฉายแสงจากภายในเรียกว่า Selective Internal Radiation Therapy (SIRT) ซึ่งการรักษาวิธีนี้เหมาะกับมะเร็งตับที่มีการลุกลามไปยังหลอดเลือดดำของตับด้วย 

วิธีฉายแสง 3 มิติ หรือ 4 มิติ เพื่อทำลายมะเร็งตับ

ความก้าวหน้าของการรักษาโรคมะเร็งตับอีกหนึ่งวิธี คือ การนำเอาวิธีฉายแสงมาฉายทำลายมะเร็งตับ ซึ่งเครื่องฉายแสงในปัจจุบันนั้น สามารถปรับความเข้มข้นของรังสีและสามารถฉายแสงได้ 3 มิติ หรือ 4 มิติ ทำให้ตับส่วนที่ไม่ได้เป็นมะเร็งได้รับอันตรายน้อยลง จึงได้นำการฉายแสงกลับมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งตับมากขึ้น เรียกว่า Stereo Tactic Body Radiotherapy (SBRT) โดยใช้เครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอนให้เกิดรังสีเอกซ์ฉายไปที่มะเร็งตับ ทำให้มะเร็งตับตาย  นอกจากนี้ ยังได้มีการนำเอาอนุภาคโปรตอนหรือคาร์บอน (Heavy Ion) มาใช้ในการรักษามะเร็งตับด้วย เนื่องจากใช้เวลาในการฉายรังสีเพียงระยะสั้น ๆ ด้วยความเข้มข้นสูง 

การป้องกันโรคมะเร็งตับทั้ง 2 ชนิด

  • การป้องกันมะเร็งท่อน้ำดี คือ หลีกเลี่ยงการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ งดการรับประทานปลาน้ำจืดที่มีลักษณะสุก ๆ ดิบ ๆ และอาหารที่มีสารก่อมะเร็งปนเปื้อนอยู่ 
  • การป้องกันมะเร็งเซลล์ตับ คือ การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี และหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีทางกระแสเลือดหรือเพศสัมพันธ์ และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเซลล์ตับ คือ ผู้ที่เป็นพาหะโรคตับอักเสบบี ผู้เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังบีและซี ผู้เป็นโรคตับแข็ง ควรได้รับการติดตามโดยทำอัลตราซาวด์ และเจาะเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ AFP ทุก 6 เดือน 

รวมทั้งควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ถูกสุขลักษณะ ไม่รับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ อาหารที่มีเชื้อราและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ งดหรือลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงปัจจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็งตับ รวมถึงเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ 

อย่างไรก็ตาม ควรหมั่นสังเกตและสำรวจตนเองอยู่เสมอ หากพบอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที!! 

สนับสนุนข้อมูลดี ๆ  สรรหาสาระและความรู้เพื่อคุณโดยจาปิน ซึ่งเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อสุขภาพที่ดี ด้วยเครื่องผลิตน้ำดื่มรุ่นไอวอเตอร์ (iWater)  และเครื่องรุ่นไอมินิ (iMini) ที่ให้คุณได้มากกว่าคำว่าน้ำดื่มที่สะอาด เครื่องผลิตน้ำอาบไอวอเตอร์  วอช (iWater Wash) ที่ให้คุณได้ชำระล้างทำความสะอาดร่างกายแบบหมดจด และเครื่องปรับบรรยากาศไอวอเตอร์แอร์ (iWater Air) ที่ช่วยให้บรรยากาศในบ้านคุณน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii Mr.Happii

เรียบเรียงโดย : bibomom

ที่มา
สัญญาณเตือนโรคมะเร็งตับ และวิธีป้องกัน โดย MThai
วิธีปฏิบัติในการดูแลตนเองเพื่อให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งตับ โดย SpringNews
มะเร็งตับอันตราย อันดับ 1 มะเร็งผู้ชายที่ต้องระวัง โดย โรงพยาบาลเปาโล