วิธีลดความเครียดในช่วงเวลา “เคอร์ฟิว”

วิธีลดความเครียดในช่วงเวลา “เคอร์ฟิว”

 

เนื่องจากสถานการณ์ของโลก ณ เวลานี้ กำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์การระบาดของ “โรคโควิด-19” เพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคที่จะเพิ่มขึ้น หลายประเทศได้ประกาศปิดพรมแดด ปิดน่านฟ้า ปิดน่านน้ำ ปิดกั้นการเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศ และประกาศ “เคอร์ฟิว” กำหนดเวลาให้ประชาชนพลเมืองในประเทศห้ามออกนอกบ้านตามเวลาที่กำหนด และในประเทศไทยก็เช่นกัน รัฐบาลได้มีนโยบายรณรงค์ให้ประชาชน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” รวมทั้งได้ประกาศเคอร์ฟิวทั่วราชอาณาจักรเป็นครั้งแรก ห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานในเวลา 22:00-04:00 น. 

จากการระบาดของโรคโควิด-19 เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำถึงขีดสุด ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนไปทั่วโลก หลายธุรกิจไม่สามารถดำเนินการได้ หลายบริษัทฯ ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว และหลายบริษัทฯ มีนโยบายให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) ทำให้ผู้คนต้องใช้เวลาอยู่ที่บ้านเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่าง ทำให้รู้สึกกดดัน ไม่สบายใจ วุ่นวายใจ กลัว วิตกกังวล และตกอยู่ในสภาวะที่ถูกบีบคั้น ปัญหาเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่คุกคามจิตใจจนทำให้เกิดภาวะ “ความเครียดสะสม” ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายเสียสมดุลได้ จาปินมีคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีลดความเครียดอยู่บ้านในช่วงเคอร์ฟิวมาฝากกันค่ะ 

รศ.ดร.นพ.ชัชวาลย์ ศิลปกิจ จากสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย เคยให้คำแนะนำในบทความวิชาการเอาไว้ว่า “ความเหงา” เกิดจากการไม่สามารถเชื่อมโยงกับผู้อื่นได้ (อาจด้วยเหตุปัจจัยบางอย่าง) โดยวิธีแก้ไขง่าย ๆ คือ ให้พยายามกลับมาเชื่อมโยงกับตนเองให้มากขึ้น จะช่วยบรรเทาความรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวลงได้ ซึ่งการเชื่อมโยงกับตนเองนั้น หมายถึง การกลับมาใส่ใจรับรู้ความคิด ความรู้สึก และการกระทำของตนเองด้วยความเข้าใจ เข้าใจความสุข ความทุกข์ ที่เกิดขึ้นในจิตใจและร่างกายของตนเอง หมั่นดูแลตนเองให้มากขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ 

สำหรับวิธีที่จะช่วยให้เอาชนะความเครียดได้นั้น ภญ.ศรีจันทร์ แนะนำให้เริ่มจากการวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียด แล้วพิจารณาดูว่าสามารถแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้หรือไม่ หากแก้ไขไม่ได้อาจต้องหาวิธีอื่น ๆ ในการจัดการกับความเครียด เช่น การออกกำลังกาย การพักผ่อน การรับประทานอาหารที่ชอบ การอาบน้ำอุ่น สร้างอารมณ์ขัน การดูภาพยนตร์ การฟังเพลง การฝึกสมาธิ การใช้เทคนิคความเงียบ เพื่อหยุดความคิดของตัวเองในเรื่องที่ทำให้เครียด เป็นต้น 

นอกจากนี้อาจใช้เทคโนโลยีสื่อสังคมออนไลน์มาเป็นตัวช่วยในการลดความเครียด หรือคลายเหงา ให้กับตัวเองก็ได้ รายละเอียดมีดังนี้ 

  • งดปาร์ตี้นอกบ้าน เปลี่ยนมาปาร์ตี้ออนไลน์
    ท่ามกลางสถานการณ์ “ประกาศเคอร์ฟิว” แบบนี้ อยากให้คนไทยช่วยกันปรับตัวและร่วมมือกันให้มากที่สุด โดยงดการออกไปเที่ยวหรือ “ปาร์ตี้นอกบ้าน” ลองเปลี่ยนมาเป็น “ปาร์ตี้ออนไลน์” โดยการใช้เทคโนโลยีวีดีโอคอลนัดพบเพื่อเมาท์มอยกันผ่านทางออนไลน์ วิธีนี้น่าจะช่วยให้คนที่ชอบเข้าสังคมกลับมาแฮปปี้ได้อีกครั้ง หรืออาจใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นตัวกลางในการติดต่อกับสังคมภายนอก เช่น การอัดคลิปวีดีโอการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การทำอาหาร การร้องเพลง การเต้น เป็นต้น แล้วอัปโหลด (Upload) ลงในแอปพลิเคชัน (Application) ยอดนิยมต่าง ๆ ก็ได้ 
  • ทำลิสต์ดูหนัง ฟังเพลงที่ชอบ
    จากสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้ได้อยู่บ้านและมีเวลาว่างมากขึ้น การดูหนังเรื่องโปรดหรือฟังเพลงที่ชอบ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับช่วงนี้ แต่ควรจำกัดชั่วโมงการดูหนังให้พอดี ไม่ควรเกิน 3-4 ชั่วโมงต่อวัน เพราะหากใช้เวลาดูหนังยาวนานมากกว่านี้ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพตามมาได้
  • งดทานข้าวนอกบ้าน เปลี่ยนมาทำอาหารทานเอง
    การออกไปทานข้าวตามร้านอาหารต่าง ๆ มีความเสี่ยงทำให้โรคโควิด-19 ระบาดมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลหลักที่ร้านอาหารเหล่านั้นต้องปิดให้บริการ หรือเปิดบริการเฉพาะแบบซื้อกลับบ้าน (Take Away) หรือจัดส่ง (Delivery) เท่านั้น และร้านอาหารที่เปิดนั้นต้องปิดให้บริการเร็วขึ้น ลูกค้าก็ต้องกลับบ้านเร็วขึ้นเช่นกัน ดังนั้นการงดออกไปทานข้าวนอกบ้าน และหันทำอาหารทานเองก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี ณ ช่วงเวลานี้ การทำอาหารเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ช่วยแก้เบื่อและคลายเครียดได้ สำหรับคนที่ทำอาหารเป็นอยู่แล้วคงไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับคนที่ยังทำอาหารไม่เป็น ก็สามารถหาความรู้ หาวิธีทำเมนูต่าง ๆ ได้จากอินเตอร์เน็ต ถือเป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ด้วย 
  • เพิ่มทักษะด้านภาษาให้ตัวเอง
    การเรียนภาษาออนไลน์ ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมทักษะให้กับตัวเองได้ในช่วงเวลานี้ สามารถจัดสรรเวลาเพื่อเรียนภาษา ฝึกการอ่าน การเขียน การออกเสียง รวมทั้งเคล็ดลับต่าง ๆ ได้ ซึ่งมีอยู่มากมายในอินเตอร์เน็ต ผู้สอนอาจจะเป็นเจ้าของภาษาเอง หรือเป็นคนไทย สามารถเลือกเรียนได้ตามใจชอบ  โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เลย ถือเป็นวิธีเพิ่มความสามารถการสื่อสารในภาษานั้น ๆ  ได้ 
  • ดูแลสุขภาพด้วยการเข้านอนเร็ว และตื่นเช้าขึ้น
    ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาปกติหรือช่วงเคอร์ฟิว เราควรดูแลใส่ใจดูแลสุขภาพอยู่เสมอ แต่หากที่ผ่านมาไม่ค่อยได้ดูแลสุขภาพเท่าที่ควร อาจลองใช้โอกาสนี้มาปรับสมดุลร่างกายเพื่อสุขภาพที่ดี ด้วยการเขานอนให้เร็วขึ้น ตื่นให้เช้ากว่าที่เคย และหลังตื่นนอน ควรแบ่งเวลามาออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยปรับการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้ดีขึ้น เช่น ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ระบบขับถ่ายดีขึ้น ระบบการย่อยอาหารดีขึ้น เป็นต้น การเข้านอนเร็วและตื่นเช้า จะทำให้เรามีเวลาเหลือเพื่อทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้มากขึ้นด้วย 

สนับสนุนข้อมูลดี ๆ  สรรหาสาระและความรู้เพื่อคุณโดยจาปิน ซึ่งเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อสุขภาพที่ดี ด้วยเครื่องผลิตน้ำดื่มรุ่นไอวอเตอร์ (iWater)  และเครื่องรุ่นไอมินิ (iMini) ที่ให้คุณได้มากกว่าคำว่าน้ำดื่มที่สะอาด เครื่องผลิตน้ำอาบไอวอเตอร์  วอช (iWater Wash) ที่ให้คุณได้ชำระล้างทำความสะอาดร่างกายแบบหมดจด และเครื่องปรับบรรยากาศไอวอเตอร์แอร์ (iWater Air) ที่ช่วยให้บรรยากาศในบ้านคุณน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii Mr.Happii

เรียบเรียงโดย bibomom

อ้างอิงบทความ
อยู่ยังไงในช่วงเคอร์ฟิว เปิด 5 วิธีอยู่บ้านให้หายเครียด โดย bangkokbiznews