โรคสะเก็ดเงิน แนวการรักษาร่วม - หมอโฆษิต

โรคสะเก็ดเงิน แนวการรักษาร่วม

 

        โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคที่มีการพูดถึงบ่อยและมีการแพร่กระจายของโรคมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยในชนบทและเมืองกรุงพุ่งสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด สภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ อาหารและน้ำดื่มไม่สะอาดพอ รวมถึงสภาพความเครียดทางจิตใจ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกายอย่างจริงจัง ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยเสริมให้เกิด “โรคสะเก็ดเงิน” เพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง 

        สาเหตุการเป็นโรคสะเก็ดเงินยังไม่สามารถบ่งชี้ชัดเจนว่าเกิดจากสาเหตุใดอย่างแท้จริง แต่พอทราบปัจจัยว่าเกิดจากการแพ้ภูมิตัวเองของผู้ป่วย ยังไม่สามารถบ่งบอกได้ว่า สาเหตุการแพ้ภูมิตัวเองมาจากอะไร การแพ้ภูมิตัวเองก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บมีโรคหลัก ๆ อยู่ 3 โรค คือ               

1) โรคเอสแอลอี (Systemic Lupus Erythematosus : SLE) หรือ “โรคพุ่มพวง” ซึ่งเป็นโรคที่รู้จักกันดีในประเทศไทยว่า เป็นโรคที่ร่างกายแพ้ภูมิตัวเอง แล้วก่อให้เกิดโรคนี้จนลุกลามไปสู่ระบบต่าง ๆ ของร่างกายอย่างรวดเร็ว เช่น ระบบกล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ ระบบเลือด ระบบทางเดินปัสสาวะ ก่อให้เกิดไตวาย หรือไตเสื่อม และระบบอื่น ๆ 

2) โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เกิดจากการแพ้ภูมิตัวเองของผู้ป่วยแล้วออกอาการผิดปกติที่ผิวหนังและลุกลามไปทั่วร่างกาย 

3) โรครูมาติซั่ม หรือโรคข้อรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) เกิดจากการแพ้ภูมิตัวเองของผู้ป่วยแล้วไปออกอาการตามข้อต่อของกระดูก นิ้วมือ และลุกลามไปข้ออื่น ๆ ของแขนได้ ข้อนิ้วมือหงิกงอ ข้อยึด ข้อติดขัด จนผิดรูปและไม่สามารถใช้งานมือได้ 

        ปัจจุบันผู้ป่วยสะเก็ดเงินเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นภาระต่อครอบครัวและสังคมมากขึ้น  ผู้ป่วยมาด้วยอาการโรคผิวหนังตามแขน-ขา ลำตัว และหลัง ลุกลามไปที่ใบหน้าและศีรษะได้ เริ่มด้วยผิวแห้ง หนังลอกเป็นขุย หรือเป็นแผ่น จากนั้นจะพุพองเป็นแผลติดเชื้อ อักเสบ ชื้นแฉะ อาจมีหนองปนเปื้อนด้วย ลุมลามรุนแรงมากขึ้น การรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียวได้ผลช้าและได้ผลไม่สู้ดีนัก 

        นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดภาวะภูมิต้านทานร่างกายต่ำ เกิดภาวะแทรกซ้อน ติดเชื้อทางเดินหายใจ ทางเดินปัสสาวะได้ ผู้ป่วยมีไข้ ไอและมีเสมหะ หอบและเหนื่อยง่าย หากมีการติดเชื้อทางเดินอาหาร คลื่นไส้ ท้องอืด แน่นท้อง อาเจียน ท้องเสีย หากมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ จะทำให้ปัสสาวะขัด มีเลือดปน หรือมีหนองไหล น้ำหนักตัวลด นอนไม่หลับ ร่างกายซูบผอม ผิวคล้ำ การรักษาสะเก็ดเงินคงใช้ยารับประทาน และยาทาภายนอก เป็นหลัก 

        ปัจจุบันการรักษาได้พัฒนาดีขึ้น นำเรื่องโภชนาการบำบัดเข้ามาช่วยในเรื่องของอาหาร (Nutrition) และนำเรื่องกายภาพบำบัดมาช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายให้แข็งแรงขึ้น และลดภาวะความผิดปกติของร่างกายได้ ฟื้นระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น ลดภาวะของโรคแทรกซ้อนได้ดีขึ้น วิธีการทางกายภาพบำบัดขึ้นอยู่กับภาวะของผู้ป่วยสะเก็ดเงินเป็นรุนแรงมากน้อยเพียงใด การใช้อุปกรณ์ทางกายภาพบำบัดตามความเหมาะสม การใช้พลังงานความร้อน (Thermal) พลังงานคลื่นเสียง (Ultrasound) พลังงานกระแสไฟฟ้า (Electrical Stimulation) พลังงานความร้อน (Far Infrared : FIR) ความร้อนคลื่นสั้น (Short Wave Diathermy) นอกจากนี้ การนวด ดัด ดึง ออกกำลังกาย ช่วยแก้ไขและป้องกันความพิการของร่างกายได้ การใช้วารีบำบัด (Hydrotherapy) ช่วยได้มากทุกระบบและความผิดปกติของผิวหนังได้ 

        การดื่มน้ำช่วยปรับสมดุลของร่างกายและเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคได้ดีขึ้น ควรดื่มน้ำไอวอเตอร์ (iWater) วันละ 6-8 แก้ว (1.5-2 ลิตร) ไม่อั้นปัสสาวะ มีผลให้โรคสะเก็ดเงินสงบอาการได้เร็วขึ้น และการฟื้นตัวสู่สภาวะปกติ หรือใกล้เคียงปกติได้ 

        ดื่มน้ำไอวอเตอร์ทุกวัน ช่วยเสริมสุขภาพให้ดี ร่างกายแข็งแรงได้ครับ

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii แจกยิ้ม