ไมเกรน (ตอนที่ 2)

ไมเกรน (ตอนที่ 2)

 

จากบทความไมเกรน (ตอนที่ 1) ได้ทราบถึงอาการ สาเหตุ และการวินิจฉัยไมเกรนกันไปแล้ว ในบทความนี้จะกล่าวถึงการรักษา ภาวะแทรกซ้อน และการป้องกันไมเกรน รายละเอียดมีดังนี้ 

การรักษาไมเกรน

วิธีการรักษาจะขึ้นอยู่กับความถี่และความรุนแรงของการปวดศีรษะ รวมไปถึงข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อื่นๆ ซึ่งการรักษาบางชนิดอาจไม่เหมาะกับผู้ที่ตั้งครรภ์ สตรีให้นมบุตร และเด็ก โดยแพทย์จะหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดให้แก่ผู้ป่วย ดังนี้ 

  • ยาบรรเทาอาการปวดหากผู้ป่วยเป็นไมเกรนที่ไม่รุนแรงหรือปานกลาง สามารถใช้แอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) และยาอื่นๆ รวมไปถึงยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ก็สามารถช่วยลดอาการปวดไมเกรนได้ในบางราย แต่หากใช้ยาประเภทนี้บ่อยๆ และเป็นระยะเวลานาน สามารถทำให้เกิดแผลเปื่อยหรือแผลอักเสบได้ อาจเกิดเลือดออกในกระเพาะอาหารและลำไส้ หรือโรคปวดศีรษะเรื้อรังที่มีเหตุมาจากการใช้ยาแก้ปวด 
  • ยาเออร์กอต (Ergots) เป็นยาที่ผสม 2 ตัวยา ระหว่างยาเออร์โกตามีน (Ergotamine) และคาเฟอีน (Caffeine) ผลข้างเคียงจากการใช้ยานี้อาจทำให้เกิดอาหารคลื่นไส้และอาเจียน และหากใช้ติดต่อกันนานจนเกินไปอาจทำให้เป็นโรคปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดติดต่อกันนานเกินไปได้และอาจทำให้เกิดอาการเลือดไม่ไปเลี้ยงอวัยวะในร่างกายได้อีกด้วย 
  • ยากลุ่มทริปแทน(Triptans) ยาชนิดนี้นิยมใช้ในการบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงอาการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับไมเกรน เช่น อาการคลื่นไส้ หรือไวต่อแสงและเสียง ซึ่งยากลุ่มนี้มีทั้งแบบยาเม็ด ยาพ่น และยาฉีด

       กลุ่มยาทริปแทนมีอยู่หลายชนิด ประกอบไปด้วย

- ยาซูมาทริปแทน (Sumatriptan)

- ยาริซาทริปแทน (Rizatriptan)

- ยานาราทริปแทน (Naratriptan)

- ยาซอลมิทริปแทน (Zolmitriptan)

- ยาอีลีทริปแทน (Eletriptan)

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้ยากลุ่มทริปแทน เช่น อาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ และกล้ามเนื้อล้า โดยไม่แนะนำให้ใช้ยาในคนไข้ที่มีความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ 

  • ยาแก้อาการคลื่นไส้ (Anti-nausea Medications) โรคไมเกรนมักมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย  อาจมีการอาเจียนหรือไม่มีก็ได้ โดยยาชนิดนี้จะมีการใช้ร่วมกับยาอื่นเสมอ เช่น เมโทโคลพราไมด์ (Metoclopramide) ยาคลอร์โปรมาซีน (Chlorpromazine) หรือโปรคลอเปอราซีน (Prochlorperazine) 
  • การรักษาด้วยยากลุ่มโอปิออยด์ (Opioid Medications)มีส่วนประกอบของยาเสพติด เช่น ยาโคเดอีน (Codeine) ซึ่งมีการนำมาใช้ในการรักษาไมเกรนสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ยากลุ่มทริปแทนหรือยาเออร์กอตได้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วอย่ากลุ่มนี้จะไม่ค่อยนิยมนำมาใช้ 
  • ยากลุ่มสเตียรอยด์ (Steroid) เช่น ยาเพรดนิโซน (Prednisone) และเดกซาเมทาโซน (Dexamethasone) โดยยาสเตียรอยด์ สามารถนำมาใช้กับยาตัวอื่นๆ เพื่อช่วยในการบรรเทาอาการปวดได้ แต่ไม่ควรใช้ยาชนิดนี้บ่อยๆ เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงได้โดยส่วนใหญ่แล้วอย่ากลุ่มนี้จะไม่ค่อยนิยมนำมาใช้ 

ภาวะแทรกซ้อนของไมเกรน

โอกาสในการเกิดภาวะแทรกซ้อนนั้นมาจากการรักษาและควบคุมอาการปวดไมเกรน ซึ่งอาจพบว่าทำให้มีปัญหา ดังต่อไปนี้

  • ปัญหาเกี่ยวกับท้อง (Abdominal problems)การใช้ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ในการบรรเทาอาการปวดไมเกรน เช่น ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) อาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง เลือดออกในกระเพาะอาหาร เกิดแผล หรืออาการแทรกซ้อนอื่นๆ โดยเฉพาะหากใช้ยาในปริมาณมากหรือใช้เป็นเวลานาน 
  • อาการปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป (Medication-overuse Headaches) จะเกิดขึ้นหากมีการใช้ยาแก้ปวดเกือบทุกชนิดในประมาณมากเกินไป มากกว่า 10 วัน/เดือน และเป็นเวลา 3 เดือนติดต่อกัน 
  • กลุ่มอาการเซโรโทนิน (Serotonin Syndrome) ภาวะแทรกซ้อนชนิดนี้จะพบได้น้อยมาก แต่มีความรุนแรง เป็นอันตรายแก่ชีวิต ซึ่งจะเกิดเมื่อร่างกายมีสารสื่อประสาทที่ชื่อเซโรโทนินมากเกินไป มักเกิดเมื่อใช้ยากลุ่มทริปแทนร่วมกับยารักษาอาการซึมเศร้า 

นอกจากนั้น ในบางรายอาจพบว่ามีภาวะแทรกซ้อนจากไมเกรน ดังนี้

  • ไมเกรนเรื้อรัง (Chronic Migraine) หากเป็นไมเกรนนาน 15 วัน หรือมากกว่าต่อเดือน ติดต่อกัน 3 เดือน 
  • ไมเกรนชนิดที่รุนแรงมาก (Status Migrainosus) ผู้ที่เป็นไมเกรนชนิดนี้เป็นไมเกรนอย่างรุนแรงติดต่อกันนานมากกว่า 3 วัน 
  • อาการเตือน (Aura) ของไมเกรนเกิดนานกว่าปกติแต่ไม่มีภาวะสมองขาดเลือด (Persistent Aura without Infarction) เมื่อผู้ป่วยหายจากไมเกรนแล้วแต่อาการเตือนต่างๆยังคงอยู่ อาจเกิดนานมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ โดยอาการอาจคล้ายกับอาการเลือดออกในสมอง แต่ไม่มีความผิดปกติในสมองแต่อย่างใด 
  • ไมเกรนที่เกิดภาวะสมองขาดเลือด (Migrainous Infarction) การเกิดอาการเตือนที่นานกว่าหนึ่งชั่วโมง แล้วทำให้ขาดเลือดหล่อเลี้ยงในสมอง กรณีนี้จำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมอย่างละเอียด 

การป้องกันไมเกรน

วิธีในการป้องกันไมเกรนที่ดีที่สุด คือ การรู้และเข้าใจว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดไมเกรนและพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น การจดบันทึกในแต่ละวันเมื่อเกิดอาการ จะสามารถช่วยให้จำแนกตัวกระตุ้นที่อาจเป็นสาเหตุ และช่วยให้สามารถควบคุมการใช้ยารักษาได้อย่างตรงจุด โดยการบันทึกสิ่งเหล่านี้ ได้แก่

  • วันและเวลาที่เกิดอาการขึ้น
  • สัญญาณหรืออาการเตือนต่างๆก่อนเป็นไมเกรน
  • อาการที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาการที่มีอาการเตือน (Aura) หรือไม่มีอาการเตือนร่วม
  • ยาที่ใช้รักษาโรค
  • อาการหยุดในวันและเวลาใด

นอกจากนั้น หากผู้ป่วยพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นต่างๆแล้ว แต่ยังคงเกิดอาการไมเกรนอยู่ สามารถใช้การรักษาด้วยยาเพื่อการป้องกันไมเกรนได้ โดยการใช้ยาต้องได้รับใบสั่งยาและคำแนะนำจากแพทย์ หากผู้ป่วยมีอาการที่รุนแรงและเป็นบ่อย 

ตัวอย่างยาที่ใช้ในการป้องกันไมเกรน :

  • โพรพราโนลอล (Propranololเป็นยาที่ใช้รักษาอาการใจสั่น แต่สามารถนำมาใช้ในการป้องกันโรคไมเกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน เป็นยาชนิดเม็ด รับประทานทุกวัน 
  • โทพิราเมท (Topiramate) เป็นยาชนิดหนึ่งที่ใช้รักษาโรคลมชัก แต่ในปัจจุบันได้มีการนำมาใช้ในการป้องกันไมเกรนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นแบบยาชนิดเม็ด รับประทานทุกวัน 

หากการใช้ยารักษาโรคไม่เหมาะสมกับผู้ป่วยในบางราย หรือไม่สามารถช่วยป้องกันไมเกรนได้ ผู้ป่วยอาจพิจารณาทางเลือกอื่นๆ เช่น การฝังเข็ม (Acupuncture) ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาไมเกรนกันมากขึ้น 

เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและปลอดภัยห่างไกลจากไมเกรน อย่าลืมรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอวันละ 30-45 นาที (สัปดาห์ละ 5 วัน) ทำจิตใจให้ผ่องใส หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดความเครียด และควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการวันละ 6-8 แก้ว (1.5-2 ลิตร) จะช่วยให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องผลิตน้ำดื่มไอวอเตอร์ (iWater) ให้คุณได้มากกว่าคำว่า น้ำดื่มที่สะอาด เพราะน้ำดื่มไอวอเตอร์เป็นน้ำกลุ่มโมเลกุลเล็ก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย คงไว้ซึ่งแร่ธาตุ แคลเซียม แมกนีเซียม และได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระบบจากองค์กรอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSF)

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii แจกยิ้ม

อ้างอิง : บทความ
ไมเกรน โดย พบแพทย์