ไมเกรน (ตอนที่ 1)

 

ไมเกรน (Migraines) เป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงชนิดหนึ่ง จะรู้สึกปวดตุบๆรุนแรง โดยมักปวดบริเวณศีรษะข้างเดียว หรือปวดข้างเดียวก่อนแล้วจึงปวดสองข้าง ในขณะที่ปวดก็มักมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย และอาจมีความรู้สึกไวต่อเสียงและแสงสว่างมากกว่าปกติ  

อาการไมเกรน

ไมเกรน มักจะเกิดในวัยเด็ก วัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่ระยะแรก ซึ่งผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการในทุกขั้นก็ได้ โดยจะแบ่งอาการเป็น 4 ขั้น ได้แก่

  • ระยะอาการบอกเหตุ (Prodrome) คือ มีอาการในช่วงหนึ่งหรือสองวันแรก ผู้ป่วยอาจพบว่ามีอาการบอกเหตุหรือสัญญาณเตือนของการเป็นไมเกรน ได้แก่ มีการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ ตั้งแต่ภาวะซึมเศร้า (depression) ไปจนถึงภาวะเคลิ้มสุข (euphoria) มีความอยากอาหารบางอย่างเป็นพิเศษ มีอาการปวดตึงคอ กระหายน้ำและปัสสาวะบ่อยขึ้น หาวบ่อย และท้องผูก 
  • ระยะอาการเตือน (Aura)คือ อาการที่เกิดจากระบบประสาทส่วนกลาง  ซึ่งอาจเกิดขึ้นก่อนหรือพร้อมกับการปวดไมเกรน  แต่โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยจะเป็นไมเกรนแบบไม่มีอาการเตือน  ซึ่งการเตือนนี้มักค่อยๆทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และอาจเกิดอาการต่อเนื่องเป็นชั่วโมง อาการเตือนสามารถเกิดได้หลายรูปแบบ  เช่น  มองเห็นแสงกระพริบๆ  หรือสายตาพร่ามัว  มองเห็นรูปภาพเป็นรูปทรงต่างๆผิดขนาด  แสงซิกแซก เห็นจุดแสงวาบ มองเห็นเป็นเส้นคลื่น 

นอกจากนั้น อาการนำอาจเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับอวัยวะที่รับความรู้สึก (ประสาทสัมผัส) การเคลื่อนไหว หรือการพูด พูดลำบาก กล้ามเนื้อจะรู้สึกคล้ายๆจะอ่อนแรง หรืออาจรู้สึกเหมือนมีใครกำลังสัมผัสตัวอยู่ รู้สึกชาที่มือหรือเท้า ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆเริ่มเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาที และจะยังคงมีความรู้สึกนี้เป็นชั่วโมง  หรือหลายชั่วโมงก็ได้หากมีหลายอาการ 

  • ระยะที่เกิดอาการปวดศีรษะ (Headache) ในขณะที่ปวดไมเกรน ผู้ป่วยอาจพบว่ามีอาการปวดศีรษะข้างเดียว หรือทั้งสองข้าง มีอาการปวดแบบตุบๆ หากมีแสงจ้า หรือเสียงดัง และกลิ่นฉุนจะกระตุ้นให้ปวดมากขึ้น มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่ามัว มองเห็นภาพไม่ชัด มีอาการเวียนศีรษะหน้ามืด หรือเป็นลม 
  • ระยะที่หายจากการปวดศีรษะ (Postdrome) เป็นระยะสุดท้ายของไมเกรน ซึ่งจะเกิดหลังจากการเกิดไมเกรนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ป่วยอาจพบว่ามีอาการสับสบ มึนงง มีอารมณ์หงุดหงิด เวียนศีรษะ อ่อนล้า อ่อนแรง มีความรู้สึกไวต่อแสงและเสียง 

หากอาการปวดไมเกรนมีความรุนแรงมาก โดยที่ไม่สามารถจัดการหรือควบคุมอาการได้ด้วยยาแก้ปวด ให้จดจำหรือบันทึกอาการของไมเกรนที่เกิดขึ้้นและวิธีปกติที่ใช้รักษา แล้วไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษาต่อไป โดยหากพบว่ามีอาการหรือสัญญาณของไมเกรนดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์

  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรงและเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน
  • ปวดศีรษะพร้อมกับมีไข้ ปวดเมื่อยคอ สับสนมึนงง มีอาการชัก มองเห็นภาพซ้อน หรืออ่อนแรง
  • มีความรู้สึกชา หรือพูดติดขัดอย่างชัดเจน
  • มีอาการปวดศีรษะรุนแรงมาก หลังจากได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ
  • มีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ที่เป็นมากขึ้นเวลาไอ เวลาออกแรงมาก หรือเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถเร็วเกินไป
  • มีอาการปวดศีรษะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สำหรับผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 50 ปี 

สาเหตุของไมเกรน

ไมเกรนเป็นผลจากความผิดปกติชั่วคราวในการทำงานของสมองที่มีผลกระทบต่อเส้นประสาท สารเคมี และหลอดเลือดในสมอง แต่สาเหตุที่แท้จริงของไมเกรนนั้นไม่เป็นที่แน่ชัด ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายปัจจัยดังนี้

  • สิ่งกระตุ้น ที่ทำให้เกิดไมเกรนได้แก่ ฮอร์โมน อารมณ์ ร่างกาย การรับประทานอาหาร สิ่งแวดล้อม และการใช้ยา เป็นต้น โดยสิ่งกระตุ้นเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและส่งผลในแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน ผู้ที่ปวดศีรษะไมเกรนบ่อยๆ จึงควรสังเกตตนเองและคอยจดบันทึกเพื่อเป็นข้อมูลในการไปปรึกษาแพทย์ 
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ในผู้ป่วยเพศหญิง อาจเป็นไมเกรนในช่วงที่มีประจำเดือน (Menstrual Migraine) ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย เช่น เอสโทรเจน (Estrogen) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง โดยไมเกรนชนิดนี้ มักเกิดในช่วง 2 วันก่อนมีประจำเดือน ไปจนถึงวันที่ 3 ของการมีประจำเดือน ในบางรายพบว่าเป็นไมเกรนแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยเพศหญิงบางราย ก็จะพบว่าเป็นไมเกรนในช่วงเวลาอื่่นที่ไม่ได้เป็นประจำเดือนได้เช่นกัน และในผู้ป่วยเพศหญิงหลายๆท่าน ก็พบว่าอาการไมเกรนที่เกิดขึ้นนั้นมาจากหลังวัยหมดประจำเดือน (Menopause) ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อันส่งผลต่ออารมณ์และร่างกาย และสามารถกระตุ้นไมเกรนได้ หรืออาจทำให้เกิดอาการที่รุนแรงได้ในบางราย ซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้ 

1) ตัวกระตุ้นที่เกี่ยวกับอารมณ์ ได้แก่ ความเครียด ภาวะตึงเครียด ความวิตกกังวล อาการตกใจ หรือช็อก ภาวะซึมเศร้า ความตื่นเต้น

2) ตัวกระตุ้นทางกายภาพ ได้แก่ ความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำงานเป็นกะ ไม่เป็นเวลาปกติ มีความตึงที่คอหรือไหล่ อาการอ่อนเพลียจากการเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นเวลานาน (Jet Lag)  ภาวะเลือดมีน้ำตาลน้อย (Hypoglycaemia)  หรือการออกกำลังกายที่ต้องใช้พละกำลังมาก 

3) ตัวกระตุ้นเกี่ยวกับอาหาร  ได้แก่  รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา  ภาวะขาดน้ำ  ดื่มแอลกอฮอล์  รับประทานอาหารที่มีสารไทรามีน (Tyramine) ซึ่งเป็นส่วนประกอบธรรมชาติของอาหาร  เช่น  เนยแข็ง  เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน  เช่น  ชา หรือกาแฟ หรืออาหารบางประเภท เช่น  ช็อกโกแลต  ผลไม้ ตระกูลส้ม และซีส   

4) ตัวกระตุ้นที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่ แสงสว่างจ้า แสงจากจอโทรทัศน์ หรือคอมพิวเตอร์ การสูบบุหรี่ หรือได้รับควันบุหรี่ โดยเฉพาะในห้องแบบปิด เสียงดัง สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่น ความชื้น หรืออุณหภูมิที่เย็นจัด ได้รับกลิ่นที่รุนแรง บรรยากาศที่อบอ้าว 

5) การใช้ยารักษาโรค  ได้แก่ การใช้ยานอนหลับบางชนิด การใช้ยาคุมกำเนิด การใช้ฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy) ในสตรีวัยหมดประจำเดือน 

การวินิจฉัยไมเกรน

หากผู้ป่วยเป็นไมเกรน หรือมีประวัติของคนในครอบครัวที่เป็นไมเกรน แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาจะทำการวินิจฉัยโดยการสอบถามประวัติและอาการที่เกิดขึ้น  และทำการตรวจร่างกายและตรวจเกี่ยวกับระบบประสาท  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเพียงเท่านี้ก็ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้ แพทย์อาจแนะนำการตรวจอื่นๆ เพื่อจำกัดวงของสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวด โดยเฉพาะกับผู้ป่วยที่มีอาการมากผิดปกติ อาการซับซ้อน หรือมีอาการที่รุนแรงเฉียบพลัน ดังนี้ 

  • การตรวจเลือดแพทย์อาจให้มีการตรวจเลือดเพราะอาจมีการติดเชื้อที่เส้นประสาทไขสันหลัง หรือสมอง และเกิดพิษในระบบร่างกายของผู้ป่วย 
  • การเจาะตรวจน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture) แพทย์จะให้มีการตรวจวิธีนี้หากสงสัยว่าผู้ป่วยมีการติดเชื้อ มีเลือดออกในสมอง 
  • การใช้เครื่องซีทีสแกน (Computerized Tomography Scan or CT Scan) หรือการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ที่ให้ความละเอียดมากขึ้นกว่าการเอกซเรย์แบบธรรมดา เป็นการหาความผิดปกติต่างๆในร่างกาย โดยวิธีนี้จะทำให้เห็นภาพของสมอง ให้แพทย์สามารถวินิจฉัยความผิดปกติต่าง ๆ ได้มากขึ้น 
  • การใช้เครื่องเอ็มอาร์ไอ (Magnetic Resonance Imaging : MRI)เป็นครื่องตรวจร่างกายโดยการสร้างภาพเหมือนจริงของอวัยวะส่วนต่างๆในร่างกาย โดยอาศัยหลักการของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยเนื้องอก การอุดตันของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ดูอาการการเลือดออกในสมอง การติดเชื้อ และภาวะอื่นๆในสมองและระบบประสาท 

โปรดติดตามไมเกรนตอนที่ 2 ในบทความถัดไป สนับสนุนความรู้ด้านสุขภาพโดยเครื่องผลิตน้ำดื่มไอวอเตอร์ (iWater) ให้คุณได้มากกว่าคำว่า น้ำดื่มที่สะอาด  เพราะน้ำดื่มไอวอเตอร์เป็นน้ำกลุ่มโมเลกุลเล็ก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย คงไว้ซึ่งแร่ธาตุ แคลเซียม แมกนีเซียม และได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระบบจากองค์กรอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSF)

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii แจกยิ้ม

อ้างอิง : บทความ
ไมเกรน โดย พบแพทย์