9 สิ่งที่ควรทำก่อน 9 โมงเช้า เพื่อสุขภาพที่ดี

9 สิ่งที่ควรทำก่อน 9 โมงเช้า เพื่อสุขภาพที่ดี

 

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและตื่นนอนแต่เช้าตรู่เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ การตี่นนอนในระหว่างช่วงเวลา 03:00 น. – 05:00 น. จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลาการทำงานของปอด การได้ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มที่สามารถช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น และส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมได้ แต่แค่นั้นยังไม่พอ ยังต้องมีกิจกรรมอื่นๆอีกหลายอย่างเพื่อช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้ดีขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งจาปินมีคำแนะนำดีๆเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกันค่ะ

  1. หลังตื่นนอนควรดื่มน้ำเปล่าทันที
    ในขณะที่เรานอนหลับร่างกายต้องใช้พลังงานเพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูส่วนต่างๆ จึงทำให้ร่างกายขาดความชุ่มชื่น การดื่มน้ำเปล่าทันทีหลังตื่นนอนในตอนเช้าจะช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง ช่วยให้ร่างกายสดชื่นและรู้สึกกระปรี้กระเปร่า น้ำเปล่าจะช่วยชดเชยน้ำในร่างกายที่สูญเสียไปในระหว่างการนอนหลับ และยังช่วยทำให้ผิวพรรณแลดูมีสุขภาพดีอีกด้วย การดื่มน้ำเปล่าขณะท้องว่าง ช่วยปรับสมดุลของระบบน้ำเหลือง ช่วยให้ระบบขับถ่ายและระบบการเผาผลาญทำงานได้ดี และช่วยเยียวยาอาการเจ็บป่วยหรือช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับความเจ็บป่วยได้ดีขึ้น
  1. ออกไปรับแสงแดงอ่อนๆในยามเช้า
    ในเวลากลางคืนร่างกายจะผลิตสารเมลาโทนิน (Melatonin) ออกมาเพื่อทำให้ร่างกายรู้สึกง่วงนอนและหลับได้อย่างเต็มที่  แสงแดดอ่อนๆในยามเช้าจะช่วยลดการผลิตสารเมลาโทนิน การรับแสงแดดนี้จึงเป็นวิธีสลัดอาการง่วงนอนที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางวันได้ และผลพลอยได้อีกอย่างของการรับแสงแดดในยามเช้านั่นคือ การได้รับวิตามินดีเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งมีส่วนช่วยให้กระดูกแข็งแรงขึ้นได้ด้วย 
  1. นั่งสมาธิ ทำจิตใจให้โล่ง กำจัดความเครียด
    ในตอนเช้าตรู่ ควรจัดสรรเวลาเพื่อนั่งสมาธิประมาณ 10 นาที หรือนานไม่เกิน 25 นาที เพราะเป็นช่วงเวลาที่เหมะสมที่ร่างกายจะไม่รู้สึกเมื่อยจนรบกวนสมาธิจนเกินไป กำหนดลมหายใจเข้า-ออกอย่างมีสติ ไม่วอกแวก ละความคิดฟุ้งซ่าน จำไว้ว่า 90% ของโรคต่างๆเกิดจากความเครียด การนั่งสมาธิช่วยให้คลายกังวล และลดความเครียดที่มีอยู่ได้
  1. ออกกำลังกายเบาๆ 30-45 นาที
    การนอนท่าเดิมทั้งคืนอาจทำให้รู้สึกปวดเมื่อยตามตัว การออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินเร็ว หรือเล่นโยคะ จะช่วยยืดเส้นยืดสาย คลายความปวดเมื่อยตามร่างกาย ซึ่งเป็นการกระตุ้นระบบประสาทและกล้ามเนื้อไปด้วยในตัว การออกกำลังกาย 30-45 นาทีต่อวัน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก ข้อต่อและกล้ามเนื้อ และทำให้สมองได้รับออกซิเจนมากยิ่งขึ้น สังเกตจากหลังการออกกำลังกายแล้ว จะรู้สึกสดชื่นและกระฉับกระเฉงตลอดทั้งวัน
  1. ฟังเพลงเบาๆคลอไปกับการทำกิจวัตรประจำวัน
    การฟังเพลงนั้นจะช่วยกระตุ้นการหลั่งสารโดพามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทในสมองที่ทำให้รู้สึกมีความสุข สนุกสนาน ช่วยทำให้อารมณ์ดี สดใสและตื่นตัวมากขึ้น เพลงจังหวะช้าจะช่วยให้สมองผ่อนคลาย ส่วนเพลงจังหวะเร็วจะช่วยให้รู้สึกตื่นตัว อารมณ์แจ่มใส  อีกทั้งการฟังเพลงโปรดเป็นประจำวันละ 30 นาทีในขณะที่ออกกำลังกาย จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เพิ่มกรดไนตริกออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวช่วยขยายหลอดเลือดให้เลือดไหลเวียนสะดวกยิ่งขึ้น และส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจ
  1. ขับถ่ายระหว่างเวลา 05:00 น. – 07:00 น.
    ช่วงเวลานี้ลำไส้ใหญ่จะทำงานได้ดีที่สุด  ดังนั้นของเสียและกากอาหารต่างๆจึงถูกขับออกจากร่างกายได้ดี  แต่ถ้าหากพบปัญหาท้องผูก ระบบขับถ่ายมีปัญหา ลองปลุกลำไส้ให้ทำงานด้วยการนวดท้องจากขวาไปซ้าย  หรือลองยืนแยกขา  มือเท้าสะเอวแล้วหมุนช่วงตัวด้านบนเป็นวงกลม 2-3 นาที วิธีนี้จะทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวได้ดี ถ่ายคล่องมากขึ้น อาจเสริมด้วยการดื่มนมอุ่นๆก่อนนอน  หรือหลังมื้ออาหารเช้าก็จะช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้นอีก และยังช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน
  1. อาบน้ำเย็นเรียกความสดชื่น
    หลังจากออกกำลังกายและขับถ่ายเรียบร้อยแล้ว การอาบน้ำชำระร่างกายก็เป็นอีกอย่างที่ควรทำในตอนเช้ามากที่สุด การอาบน้ำเย็นหรือน้ำในอุณหภูมิห้องจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวหลังการออกกำลังกาย  ช่วยทำให้ร่างกายสดชื่นตื่นตัว  เพราะน้ำจะช่วยขจัดกรดแล็คติกออกจากกล้ามเนื้อและลดการอักเสบได้ (นักกีฬาที่ฝึกหนักๆต้องแช่ในน้ำเย็นจัดเพื่อบรรเทาความปวดเมื่อย หรือเมื่อเกิดการบาดเจ็บ เช่น ข้อเท้าแพลง ต้องประคบเย็น)
  1. รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำ
    อาหารมื้อเช้าเป็นมื้อที่จำเป็นที่สุด ควรรับประทานอาหารเช้าไม่เกินเวลา 09:00 น. เพราะช่วงเวลานี้ กระเพาะจะย่อยและดูดซึมสารอาหารต่างๆได้ดีที่สุด ควรเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย และเน้นสารอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรต เพื่อสร้างพลังงานให้พร้อมสำหรับวันใหม่อย่างเต็มที่ และช่วงเวลานี้หากได้ดื่มนมอุ่นๆสักแก้ว จะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ตื่นตัว พร้อมสำหรับการทำงาน
  1. จัดทำรายการที่ต้องทำก่อนและหลัง (To-Do-List) เตรียมพร้อมสำหรับวันใหม่
    การจดบันทึกสิ่งที่ต้องทำไว้ในกระดาษหรือแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนก็จะทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เพราะการจดช่วยให้เห็นภาพทั้งหมดของสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน เพื่อการวางแผนบริหารจัดการเวลา เรียงลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ และเพื่อให้จัดการกับสิ่งเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อเริ่มต้นวันใหม่ด้วยสิ่งที่ดีๆแล้ว รับรองว่าสุขภาพดีจะเกิดขึ้นกับตัวเราอย่างแน่นอน  จาปินขอสนับสนุนให้ทุกท่านมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงด้วยเครื่องผลิตน้ำดื่มไอวอเตอร์ (iWater) ที่ให้คุณได้มากกว่าคำว่า  น้ำดื่มที่สะอาด เพราะน้ำดื่มไอวอเตอร์เป็นน้ำดื่มกลุ่มโมเลกุลเล็ก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย คงไว้ซึ่งแร่ธาตุ แคลเซียม แมกนีเซียม และได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระบบจากองค์กรอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSF) ควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการวันละ 6-8 แก้ว (1.5-2 ลิตร) จะช่วยให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii แจกยิ้ม

อ้างอิง : บทความ
9 สิ่งที่ควรทำก่อน 9 โมงเช้า เพื่อเริ่มวันใหม่ให้สดชื่นกระปรี้ประเปร่า โดย ไทยรัฐออนไลน์