ซูเปอร์ฟู้ด (SuperFoods)

ซูเปอร์ฟู้ด (SuperFoods)

 

ซูเปอร์ฟู้ด เป็นคำศัพท์ที่คนนำมาใช้กล่าวถึงอาหารที่เชื่อว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ  ซึ่งตามพจนานุกรมของแมคมิแลน (Macmillan Dictionary) ได้ให้คำจำกัดความซูเปอร์ฟู้ดว่า เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและอาจช่วยรักษาอาการโรคบางอย่างได้ เพราะในซูเปอร์ฟู่ดจะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) วิตามิน และสารอาหารอื่นๆที่จำเป็นต่อร่างกาย  ซึ่งจะอยู่ในรูปของอาหาร ผัก ผลไม้ และธัญพืชที่มีอยู่ทั่วไป โดยในบทความนี้จะแนะนำอาหารที่ถือเป็นสุดยอดในรายการซูเปอร์ฟู้ด มีรายละเอียดดังนี้

 

ควินัว (Quinoa)

 

เป็นธัญพืชที่ให้คุณค่าทางอาหารสูง ให้โปรตีนสูง แต่แคลอรีต่ำ ที่สำคัญให้สารอาหารมากกว่าเมล็ดพืชทุกชนิด มีไฟเบอร์มากกว่าข้าวกล้องถึงสองเท่า มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และไขมันดีที่จำเป็นต่อร่างกาย และมีสารเคอเซติน (Quercetin) ที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ป้องกันการอักเสบ ป้องกันไวรัสและลดอาการเครียด ควินัวมีรสสัมผัสที่นิ่ม รสชาติคล้ายถั่ว สามารถรับประทานแทนข้าวได้ หรือนำไปปรุงอาหารเพิ่มได้ จึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่รักสุขภาพและผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก 

เมล็ดเจีย (Chia Seeds)

 

เป็นธัญพืชมหัศจรรย์ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยทำให้ผิวพรรณสดใส แลดูอ่อนเยาว์ เปลือกของเมล็ดเจียมีล้กษณะพิเศษคืออุ้มน้ำ ทำให้เกิดเมือกที่เป็นไฟเบอร์สูง จึงทำให้รู้สึกอิ่มท้อง และช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ เพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยหล่อลื่นอาหารภายในลำไส้ สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ได้ด้วย อีกทั้งยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย มีแคลเซียม วิตามินและแร่ธาตุอีกมากมาย เมล็ดเจียมีความสมบูรณ์ในด้านคุณค่าอาหาร  ซึ่งสามารถรับประทานร่วมกับอาหารทั่วไป และเครื่องดื่มทุกประเภท ทำให้เมล็ดเจียเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่คนรักสุขภาพ นักกีฬา กลุ่มชีวจิต และมังสวิรัติ รวมทั้งเป็นที่นิยมในผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ความดัน เบาหวาน และผู้ที่ต้องการดูแลผิวพรรณ สุขภาพภายใน 

อัลมอนด์ (Almond)

 

เป็นถั่วที่มีประโยชน์มาก อุดมไปด้วยไขมันดี (HDL) แร่ธาตุ วิตามินอี โปรตีน และมีไฟเบอร์สูง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล (Cholesterol) เพิ่มระดับไขมันดี และลดระดับไขมันเลว (LDL) ในร่างกาย ทานแล้วทำให้รู้สึกอิ่มท้อง จึงเหมาะสำหรับเป็นอาหารว่างในช่วงลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี 

แซลมอน (Salmon)

 

เป็นปลาที่มีโอเมก้า 3 สูงมาก มีคุณสมบัติช่วยในการเสริมสร้างระบบประสาทและสมอง มีคอลลาเจน (Collagen) บริสุทธิ์ที่ช่วยเพิ่มความสดใสให้ผิวพรรณ และยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี และวิตามินดี รวมทั้งมีแร่ธาตุต่างๆที่จำเป็นต่อร่างกาย ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็กที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ดี และลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานได้อีกด้วย 

ผักโขม (Spinach)

 

เป็นผักที่มีธาตุเหล็กสูงมาก และอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆอีกมากมาย ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และแมงกานิส มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย รวมทั้งมีอุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด ได้แก่ วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี2 วิตามินบี6 และวิตามินเค ผักชนิดนี้ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับร่างกาย มีกากใยอาหารสูง ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ช่วยแก้อาการปวดท้อง 

กระเทียม (Garlic)

 

มีสารอัลลิซิน (Allicin) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดไขมัน ลดความดัน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านแบคทีเรีย ต้านการแข็งตัวของเลือด และต้านมะเร็ง กระเทียมช่วยแก้อาการอ่อนล้า อ่อนเพลีย ช่วยลดความอ้วน และช่วยคุมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน มีซีลีเนียม (Selenium) ที่เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นแต่พบได้น้อยภายในร่างกาย ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์สำคัญหลายชนิด มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระโดยทำงานร่วมกับวิตามินอี 

หัวหอม (Onion)

 

มีสารควอซิทิน (Quercetin) :ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคหลอดเลือดและหัวใจ เป็นสารที่อยู่ในกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นสูงที่สุด และให้ฤทธิ์ในการป้องกันการอักเสบ ป้องกันแบคทีเรีย และไวรัส อีกทั้งยังช่วยต้านมะเร็งได้ด้วย

โยเกิร์ต (Yoghurt)

 

นอกจากจะเป็นของว่างที่ดีมีประโยชน์แล้ว ยังช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่าย ช่วยเพิ่มแบคทีเรียที่ดีให้กับร่างกาย และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับระบบทางเดินอาหาร ซึ่งสามารถรับประทานได้ทุกวัน 

อะโวคาโด (Avocado)

 

เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ เช่น วิตามินอี ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส ช่วยลดไขมันอุดตันในเส้นเลือด วิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา วิตามินซี ช่วยป้องกันโรคหวัด มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชลอความเสื่อมสภาพของร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง โพแทสเซียม ช่วยลดความดันโลหิต มีไขมันดีช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด รวมทั้งช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ 

บลูเบอร์รี่ (Blueberry)

 

อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของร่างกาย มีวิตามินซีสูง แคลอรีน้อย ช่วยเผาผลาญไขมันได้ดี มีกากใยอาหารสูง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย 

อาซาอิ เบอร์รี่ (Acai Berry)

 

เป็นผลไม้ที่เป็นแหล่งอาหารที่ให้พลังงานสูง มีกรดไขมันที่จำเป็น และมีโปรตีนชั้นเยี่ยมที่มีคุณค่าต่อร่างกาย จึงสามารถช่วยลดอาการเหนื่อยล้าจากการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน มีคุณสมบัติช่วยในการขับล้างสารพิษ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวกระจ่างใส 

โกจิเบอร์รี่ (Chinese Wolfberry)

 

เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อหนึ่งว่า “เก๋ากี้” ซึ่งเป็นสมุนไพรจีนที่มักถูกนำมาเป็นเครื่องเทศประกอบอาหาร จัดเป็นผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ที่มีกรดอะมิโนมากกว่า 18 ชนิด มีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย และมีวิตามินซีสูง  ช่วยลดระดับน้ำตาลและปรับความดันโลหิตในเลือด มีกากใยอาหารสูง ทำให้รู้สึกอิ่มนาน เหมาะสำหรับรับประทานช่วงลดน้ำหนัก 

ชาเขียว (Green Tea)

 

เป็นเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกายอย่างมาก มีสาร EGCG ที่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดเซลล์มะเร็ง ซึ่งคนญี่ปุ่นนิยมดื่มชาเขียวเป็นประจำทุกวัน โดยนิยมดื่มแบบชาร้อนมากกว่าแบบเย็น เพราะแบบชาร้อนจะให้สารอาหารที่มีประโยชน์จากชาเขียวมากกว่า ที่สำคัญควรดื่มใหม่ๆหลังจากชงแล้ว จึงจะได้คุณค่าทางอาหารแบบเต็มๆ 

ผักหลากสี

 

นอกจากจะมีสีสันสวยงามน่ารับประทานแล้ว ผักต่างๆ เช่น แครอท มะเขือเทศ กะหล่ำปลี บรอกโคลี บีทรูท ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย และในผักทีมีสีเข้มๆจะเต็มไปด้วยสารไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) และแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านมะเร็งอย่างยอดเยี่ยม สามารถนำผักเหล่านี้ไปนึ่ง ต้ม หรือรับประทานแบบสดๆ ก็จะได้สารอาหารเข้าสู่ร่างกายอย่างมากมาย 

น้ำดื่ม

 

เป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับร่างกายของคนเราซึ่งจะขาดไม่ได้ น้ำสามารถช่วยลดความเข้มข้นของเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี ช่วยปรับสมดุลระบบภายใน  ช่วยล้างสารพิษที่สะสมออกจากร่างกาย ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นไปด้วยดี และช่วยให้ร่างกายสดชื่น

 

อย่างไรก็ตาม การจะมีสุขภาพที่ดีทั้งภายในและภายนอกนั้น ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง ดังนั้นเราควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่  ควรเน้นการรับประทานผักและผลไม้  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  สัปดาห์ละ 3 - 5 วัน (อย่างน้อยวันละ 30 – 45 นาที) และดื่มน้ำสะอาดให้ได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการวันละ 6 - 8 แก้ว (1.5 - 2 ลิตร) จะช่วยให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  จาปินขอสนับสนุนให้ทุกท่านมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ด้วยเครื่องผลิตน้ำดื่มไอวอเตอร์ (iWater) ที่ให้คุณได้มากกว่าคำว่า น้ำดื่มที่สะอาด เพราะน้ำดื่มไอวอเตอร์เป็นน้ำดื่มกลุ่มโมเลกุลเล็ก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย คงไว้ซึ่งแร่ธาตุ แคลเซียม แมกนีเซียม และได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระบบจากองค์กรอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSF)

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii แจกยิ้ม

อ้างอิง : บทความ
1) 8 อาหาร Superfood ป้องกันมะเร็ง กินได้ทุกวัน โดย โรคพยาบาลเปาโล
2) 10 Superfoods กินแล้วสวย ตัวช่วยเพื่อสุขภาพดดี แถมหุ่นปัง โดย The Passion