มารู้จักกลุ่มโรค NCDs กันเถอะ

มารู้จักกลุ่มโรค NCDs กันเถอะ

 

NCDs (Non-Communicable diseases) คือ กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อโรค ไม่สามารถแพร่กระจายเชื้อโรคสู่คนอื่นได้ โดยมักเกิดจากความเสื่อมสภาพของร่างกาย ซึ่งมีความสัมพันธ์กับนิสัยหรือพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากในปัจจุบันมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น ทำให้เรามีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง รวมทั้งการรับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินความต้องการของร่างกาย นอกจากนี้ยังมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่เป็นประจำ ประกอบกับความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงนำไปสู่การเป็นกลุ่มโรค NCDs เช่น โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็ง และโรคอ้วนลงพุง ซึ่งโรคเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป สะสมอาการทีละนิดจนทวีความรุนแรงขึ้น และเกิดอาการเรื้อรังจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตในที่สุด หากไม่ได้รับการรักษาหรือดูแลอย่างถูกต้องและทันเวลา จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยและคนรอบข้าง ในปัจจุบันกลุ่มโรค NCDs  จัดเป็นปัญหาด้านสุขภาพที่สำคัญของคนทั่วโลก 

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้พบว่าในแต่ละปีมีผู้ที่เสียชีวิตจากกลุ่มโรค NCDs ทั่วโลกกว่า 30 ล้านคน โดยเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจมากที่สุด รองลงมาคือโรคมะเร็ง โรคถุงลมโป่งพอง โรคปอด และโรคเบาหวาน ตามลำดับ กลุ่มโรค NCDs เป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของคนทั่วโลก และเกินกว่าครึ่งของผู้ป่วยเป็นประชากรในประเทศกำลังพัฒนาและอยู่ในวัยแรงงาน ดังนั้น นอกจากกลุ่มโรค NCDs จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจของประชากรแล้ว ยังต้องใช้งบประมาณสูงในการรักษา ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศด้วย และสถิติของประเทศไทยในปี 2552 พบว่ามีประชากรเสียชีวิตจากกลุ่มโรค NCDs ถึง 300,000 คน คิดเป็น 73% ของการเสียชีวิตทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เสียชีวิตก่อนอายุ 60 ปี และในปัจจุบันยังมีคนไทยที่ป่วยเป็นโรคในกลุ่ม NCDs ถึง 14 ล้านคน 

กลุ่มโรค NCDs ที่พบบ่อย มีดังนี้

  • โรคเบาหวาน เกิดจากการมีน้ำตาลในเลือดสูงอย่างควบคุมไม่ได้ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น ปลายประสาทถูกทำลาย เป็นแผลติดเชื้อ ตาบอด และเสี่ยงเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคไตวาย ซึ่งปัจจัยเสี่ยงได้แก่ การรับประทานอาหารรสหวานมัน และขาดการออกกำลังกาย 
  • โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ เกิดจากผนังหลอดเลือดแข็งตัว ขาดความยืดหยุ่น เนื่องจากมีไขมันอุดตันและเกิดการอักเสบ จนทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจและสมองไม่เพียงพอ ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ การมีไขมันในเลือดสูงซึ่งมาจากอาหาร พันธุกรรม สูบบุหรี่จัด และการไม่ออกกำลังกาย ซึ่ง 30% ของผู้ป่วยมักไม่ปรากฏอาการ แต่จะพบเมื่อมีอาการขั้นรุนแรงแล้ว สัญญาณอันตรายที่สังเกตได้ คือ รู้สึกอัดอัด หายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก คลื่นไส้ มีเหงื่อออกมาก มีอาการแขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก ปวดศีรษะเฉียบพลัน และหมดสติ 
  • โรคความดันโลหิตสูง คือ การมีความดันเลือดตั้งแต่ 130/80 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป เป็นโรคที่พบได้บ่อยและอาจเป็นสาเหตุของโรคไต และโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจในอนาคตด้วย ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้คือ การรับประทานอาหารไขมันสูงและรสเค็ม ความเครียด การมีไขมันในเลือดสูง และการไม่ออกกำลังกาย 
  • โรคถุงลมโป่งพอง เกิดจากการอักเสบของถุงลมขนาดเล็กในปอด จนทำให้การแลกเปลี่ยนก๊าซในปอดผิดปกติ สังเกตได้จากมีอาการไอเรื้อรัง แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงวี๊ด และมีหลอดลมอักเสบบ่อยๆ ปัจจัยสำคัญมาจากการสูบบุหรี่ 
  • โรคมะเร็ง โรคนี้เกิดขึ้นได้กับหลายอวัยวะ ซึ่งมะเร็งที่พบบ่อยในคนไทย ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม สาเหตุการเกิดมะเร็งนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พฤติกรรมเสี่ยงของโรคนั้นมีมากมาย เช่น พันธุกรรม อาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และความเครียด เป็นต้น 
  • โรคอ้วนลงพุง สำหรับผู้หญิงที่มีรอบเอว 80 เซนติเมตรขึ้นไป และผู้ชายที่มีรอบเอว 90 เซนติเมตรขึ้นไป ร่วมกับการมีระดับไขมันและน้ำตาลในเลือดผิดปกติ มักเกิดกับผู้ที่รับประทานอาหารไม่ถูกต้อง เน้นอาหารรสหวาน มัน เค็ม เป็นประจำ และขาดการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายไม่ได้เผาผลาญไขมันส่วนเกิน จีงเกิดการสะสมของไขมันที่บริเวณหน้าท้อง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ และอาการปวดตามข้อได้ในอนาคต 

พฤติกรรมเสี่ยงต่อกลุ่มโรค NCDs 

  • การรับประทานอาหารรสหวาน มัน เค็มจัด เป็นประจำ และไม่ค่อยรับประทานผักหรือผลไม้อย่างเพียงพอ ทำให้มีกลูโคส คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และโซเดียมในเลือดสูง ส่งผลทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบได้ง่าย 
  • ขาดการออกกำลังกาย ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมันในร่างกาย 
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ส่งผลให้ตับเกิดการอักเสบ และประสิทธิภาพในการทำงานของตับลดลง 
  • การสูบบุหรี่ ทำให้ถุงลมภายในปอดเสียหาย 
  • ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ระบบต่างๆในร่างกายทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยได้ง่าย 
  • การซื้อยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมารับประทานเอง อาจส่งผลให้มีสารบางอย่างสะสมในร่างกายจนเกิดความผิดปกติขึ้น 
  • การสัมผัสกับแสงและมลภาวะต่างๆ เช่น รังสี UV ควันไอเสีย และการสัมผัสสารเคมีเป็นประจำ เช่น เบนซิน สารกำจัดศัตรูพืช เป็นต้น 

การป้องกันกลุ่มโรค NCDs 

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสหวาน มัน และเค็มจัด เลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควรเน้นผักและผลไม้ให้มากขึ้น 
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30  นาที  สัปดาห์ละ  5  วัน (150  นาที/สัปดาห์) การออกกำลังกายง่ายๆ  เช่น  วิ่ง  ว่ายน้ำ คาร์ดิโอ  หรือปั่นจักรยาน  เป็นต้น  เพื่อช่วยให้ร่างกายได้เผาผลาญไขมันส่วนเกิน และควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ 
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดการสูบบุหรี่ 
  • ปรับทัศนคติในทางบวก หากิจกรรมทำเพื่อผ่อนคลาย และพักผ่อนให้เพียงพอ 
  • ไม่ซื้อยามารับประทานเอง หากมีความจำเป็น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน 
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับมลภาวะและสารเคมีต่างๆ 
  • ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ 

นอกจากนั้น ควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 6-8 แก้ว (1.5-2 ลิตร) เพื่อให้ส่วนต่างๆของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จาปินขอสนับสนุนให้ทุกท่านมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ปลอดภัยจากโรคกลุ่ม NCDs ด้วยเครื่องผลิตน้ำดื่มไอวอเตอร์ (iWater) ที่ให้คุณได้มากกว่าคำว่า น้ำดื่มที่สะอาด เพราะน้ำไอวอเตอร์เป็นน้ำดื่มกลุ่มโมเลกุลเล็ก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย คงไว้ซึ่งแร่ธาตุ แคลเซียม แมกนีเซียม และได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระบบจากองค์กรอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSF) เชิญมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวจาปินสิคะ

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii แจกยิ้ม

อ้างอิง : บทความ
1) กลุ่มโรค NCDs โรคร้ายที่มาจากพฤติกรรม โดย HonestDocs
2) โรคไม่ติดต่อ NCDs ภัยใกล้ตัว น่ากลัวกว่าที่คิด โดย Cigna
3) โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
4) กลุ่มโรค NCDs ทำเสียชีวิต 35 ล้านคนต่อปี ป้องกันได้แค่เปลี่ยนพฤติกรรม