ควันบุหรี่มือสาม

ควันบุหรี่มือสาม

 

เป็นที่ทราบกันดีว่าการสูบบุหรี่สามารถก่อให้เกิดโรคต่างๆที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ และยังพบอีกว่ามีอันตรายจาก “ควันบุหรี่มือสอง (Secondhand Smoke : SHS)” ที่สามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอด โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง เพิ่มความถี่และความรุนแรงในการเกิดอาการหอบหืด และยังส่งผลทำให้เกิดหอบหืดในเด็ก รวมทั้งภาวะการตายเฉียบพลันในทารกแรกเกิดได้เช่นเดียวกับการสูบบุหรี่โดยตรง 

รู้จักกับบุหรี่มือสาม

เคยสังเกตไหมว่า ทำไมคนที่ดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี ไม่สูบบุหรี่ และออกกำลังกายเป็นประจำ ถึงป่วยเป็นมะเร็งในปอดได้เหมือนกับคนที่สูบบุหรี่ อาจจะเป็นได้ที่บางคนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้สูบหรี่และไม่ได้ป้องกัน หรือบางคนก็พยายามหลีกเลี่ยงอย่างเต็มที่แล้วก็ยังป่วยเพราะสาเหตุจากบุหรี่ ซึ่งในปัจจุบันได้ค้นพบว่า “ควันบุหรี่มือสาม” ก็มีอันตรายต่อชีวิตได้เทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ หรือจากควันบุหรี่มือสอง 

องค์การอนามัยโลกได้เพิ่มนิยาม “ควันบุหรี่มือสาม (Thirdhand Smoke :THS)” ไว้เมื่อประมาณปี 2558  ว่าเป็นสิ่งที่หลงเหลือตกค้างจากควันบุหรี่ ฝังตัวอยู่ตามพื้นผิวสัมผัสต่างๆในที่อยู่อาศัย และอาจเป็นสารแขวนลอยย้อนกลับไปในอากาศ หรือปนเปื้อนในน้ำ หรือบางสารอาจสามารถฝังตัวอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้เป็นระยะเวลานาน ไม่สามารถขจัดได้ด้วยการทำความสะอาดด้วยวิธีปกติ 

ในบุหรี่มีสารเคมีอยู่มากกว่า 4,000 ชนิด และมีสารก่อมะเร็งอีกประมาณ 60 ชนิดโดยประมาณ สารที่ออกมาจึงไม่ได้มีเพียงแค่ควัน กลิ่นเหม็น หรือสารนิโคติน เท่านั้น แต่ยังมีสารพิษอื่นๆอีกมากมาย เช่น สารโลหะหนักอย่าง สารหนู ตะกั่ว และสารไซยาไนด์ ฯลฯ ออกมาด้วย ซึ่งสารพิษเหล่านี้สามารถตกค้างได้ตามพื้นผิวต่างๆ เช่น ผ้าม่าน โซฟา จาน ชาม ช้อน ที่นอน มือ ซอกเล็บ เส้นผม ร่องฟัน ผิวหนัง เสื้อผ้า ตุ๊กตา พรม หรือข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน และในสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเรา หรือสถานที่ใดๆก็แล้วแต่ที่เคยมีผู้สูบบุหรี่ ย่อมเป็นแหล่งของควันบุหรี่มือสาม และส่วนมากเรามักจะยังคงได้กลิ่นของบุหรี่หลงเหลืออยู่ ซึ่งควันบุหรี่ชนิดนี้จะยังคงฝังตัวอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้นๆได้หลายปีทีเดียว 

ดังนั้นกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่สุดคือคนที่อยู่ในสถานที่ปิด ในบ้าน ในรถยนต์ หรือในที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท ซึ่งสารเคมีเหล่านี้จะตกค้างเยอะ โดยเฉพาะผู้หญิง เด็ก และสัตว์เลี้ยงที่ไม่รู้เรื่อง ต้องสัมผัสสิ่งเหล่านี้ทุกวัน เด็กที่เดินหรือคลานไปตามพื้นและสัมผัสกับสิ่งต่างๆรอบๆตัวแล้วเอามือเข้าปาก หรือหยิบเอาสิ่งของเข้าปาก สูดเอาสารแขวนลอยเหล่านี้เข้าไป หรือแม้กระทั่งการดื่มน้ำและรับประทานอาหารที่เรามั่นใจว่าสะอาด แต่ที่จริงแล้วหากมีการสูบบหรี่ภายในบ้าน หรือบริเวณนั้นแล้ว เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสารพิษตกค้างจากบุหรี่ได้อย่างแน่นอน 

 

สารเคมีบางชนิดจากควันบุหรี่ทำปฏิกิริยากับอากาศเกิดเป็นสารก่อมะเร็ง สามารถย้อนกลับมาสู่ร่างกายมนุษย์ได้หลายทาง ไม่เฉพาะเพียงการสูดดม สัมผัส หรือรับประทานเข้าไป แต่สารเคมีเหล่านี้ยังสามารถดูดซึมผ่านผิวหนังและสะสมในร่างกายได้ ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดโรคต่างๆมากมาย ยกตัวอย่างดังนี้ :- 

สารนิโคติน (Nicotine) เป็นสารเคมีที่อยู่ในบุหรี่ซึ่งเป็นสารพิษอย่างแรง และมีฤทธิ์เป็นสารเสพติดที่อยู่ในใบยาสูบตามธรรมชาติ สามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวหนัง และเยื่อบุต่างๆของร่างกายได้ เมื่อสูดควันบุหรี่เข้าไป นิโคตินสามารถเข้าสู่สมองได้ภายใน 10 นาที คนส่วนใหญ่จะไม่ทราบว่าควันบุหรี่มือสามที่หลงเหลือทิ้งไว้ในสภาพแวดล้อมนั้นมีความเสี่ยงต่อสุขภาพและเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อทารกและเด็ก เนื่องจากเราคิดว่าอันตรายจะเกิดจากการสูบบุหรี่โดยตรงและบุหรี่มือสองเท่านั้น จึงไม่ได้ระมัดระวังและไม่คำนึงถึงผลร้ายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นความเข้าใจที่ผิด 

นิโคตินจากควันบุหรี่ เมื่อทำปฏิกิริยากับกรดไนตรัส (Nitrous acid :HNO2) หรือโอโซน (Ozone : O3) ที่เป็นสารพิษในอากาศ จะกลายเป็นสารก่อมะเร็งที่เรียกว่า “N-Nitrosamines (NNA)” ซึ่งจากรายงานการวิจัยนั้นเรียกสารที่พบนี้ว่า Tobacco-specific nitrosamines (TSNAs) ดังนั้นควันบุหรี่มือสามจึงเป็นสารก่อมะเร็ง และให้โทษไม่ต่างจากควันบุหรี่มือสองเลย นอกจากนั้น Nitosamine ยังสามารถก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ถึงระดับพันธุกรรมได้ โดยทำให้ DNA (Deoxyribonucleic acid) ของร่างกายเกิดความเสียหายและมีผลต่อสุขภาพ เพราะทำให้เกิดอาการหอบหืด และเกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจเช่นเดียวกับบุหรี่มือสองอีกด้วย

มีรายงานวิจัยถึงความสัมพันธ์ของผู้อยู่อาศัยในบ้านที่ไม่ได้สูบบุหรี่ แต่บางครั้งได้อยู่ร่วมกับคนที่สูบบุหรี่ ก็พบสารนิโคตินในปัสสาวะสูงกว่าสมาชิกในบ้านที่ไม่ผู้สูบบุหรี่อยู่เลย และอีกสถานที่ซึ่งพบระดับนิโคตินในปริมาณสูงคือ ในรถของผู้สูบบุหรี่ พบว่ามีปริมาณนิโคตินในระดับสูงตามพื้นผิวสัมผัสในตัวรถ เช่น เบาะรถ คอนโซลหน้ารถ หน้าต่าง และระบบปรับอากาศ ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บชั้นดีของสารพิษจากควันบุหรี่มือสาม การสัมผัสกับควันบุหรี่ในรถ ยังก่อให้เกิดความเป็นพิษในกลุ่มเด็กมากกว่าในบ้านถึง 23 เท่า เนื่องจากพื้นที่ในรถมีลักษณะจำกัดมากกว่าในบ้าน 

บุหรี่มือหนึ่งหรือมือสองจะทำให้รู้สึกเหม็น ระคายเคืองทางเดินหายใจ ไอ หรือจาม ในทันที ซึ่งควันบุหรี่มือสามอาจจะไม่ได้เห็นผลกระทบต่อร่างกายอย่างชัดเจนในทันที แต่เมื่อเราได้รับสารเคมีเหล่านี้สะสมไปเป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้เรามีความเสี่ยงเป็นโรคที่มีความรุนแรงเทียบเท่ากับบุหรี่มือหนึ่งและมือสองได้ ซึ่งถือเป็นผลกระทบจากสารเคมีที่ตกค้างตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะได้รับมากหรือน้อยก็สามารถทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็งปอด โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง ฯลฯ ได้เหมือนกัน

 

อันตรายจากควันบุหรี่มือสามต่อเด็ก

เด็กมีโอกาสได้รับควันบุหรี่มากกว่าผู้ใหญ่ เพราะสารพิษจากควันบุหรี่เกาะอยู่ตามผื้นผิวและสิ่งของต่างๆ ด้วยลักษณะการหายใจที่เร็วกว่าในเด็ก จึงทำให้เด็กได้รับฝุ่นเข้าสู่ร่างกายเป็น 2 เท่าของผู้ใหญ่ นอกจากนั้นเด็กยังอยู่ใกล้กับพื้นผิวที่เป็นฝุ่นมากกว่า รวมทั้งเด็กมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าผู้ใหญ่เป็น 10 เท่า ดังนั้นเด็กจะได้รับสารพิษมากกว่าผู้ใหญ่ถึง 20 เท่าเลยทีเดียว 

เมื่อคุณสูบบุหรี่ไม่ว่า ณ สถานที่ใด ควันบุหรี่จะไปเกาะอยู่ที่เสื้อผ้า เส้นผม และมือของคุณ และเมื่อคุณไปสัมผัสกับลูก ถึงแม้ว่าเวลานั้นคุณไม่ได้สูบบุหรี่อยู่ก็ตาม ลูกก็จะได้รับสารพิษเหล่านั้นจากควันบุหรี่มือสามที่ติดมากับคุณ ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะหลีกหนีจากสภาพเหล่านี้ได้ก็คือ ควรสร้างสภาพแวดล้อมให้ปลอดบุหรี่ และควันบุหรี่ทุกชนิด โดยเฉพาะในบ้าน รถยนต์ และอื่นๆ เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยและสมาชิกในครอบครัวทุกคน เพราะควันบุหรี่ไม่มีระดับความปลอดภัยที่ต่ำที่สุด นั่นหมายความว่าเมื่อคุณสูบบุหรี่ ลูกของคุณและสมาชิกในครอบครัวของคุณจะต้องได้รับอันตรายจากควันบุหรี่ด้วยอย่างแน่นอน 

โดยเฉพาะในเด็กๆที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง หรือมือสามสะสมเป็นเวลานานๆ จะส่งผลกระทบทำให้เด็กเจ็บป่วยได้ง่าย และเป็นโรคในระบบทางเดินหายใจ เพิ่มการไอในเด็ก ซึ่งเด็กจะมีความไวต่อสารพิษที่อยู่ในฝุ่นควันมากกว่าผู้ใหญ่ เพราะระบบหายใจและระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ และจากงานวิจัยขององค์การอนามัยโลกยืนยันว่า ปัจจุบันมีเด็กเกือบ 700 ล้านคน หรือครึ่งหนึ่งของประชากรเด็กทั่วโลก หายใจเอาอากาศปนเปื้อนควันบุหรี่ที่ลอยอยู่ในอากาศและตามพื้นผิวต่างๆเข้าสู่ร่างกาย มีความเสี่ยงในการป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น และจะมีโอกาสป่วยเป็นโรคมะเร็งมากยิ่งขึ้น ดังนั้นคนเป็นแม่จึงต้องเรียกร้องสิทธิที่จะป้องกันตัวเองและสมาชิกในครอบครัวให้ปลอดภัยจากพิษของควันบุหรี่มือสองและมือสาม

 

จาปินขอสนับสนุนให้ทุกท่านมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่  เน้นการรับประทานผักและผลไม้  รวมทั้งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  สัปดาห์ละ 3 - 5 วัน (อย่างน้อยวันละ 30 – 45 นาที) และดื่มน้ำสะอาดให้ได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการวันละ 6 - 8 แก้ว (1.5 - 2 ลิตร) จะช่วยให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  เครื่องผลิตน้ำดื่มไอวอเตอร์ (iWater) ให้คุณได้มากกว่าคำว่า น้ำดื่มที่สะอาด เพราะน้ำไอวอเตอร์เป็นน้ำดื่มกลุ่มโมเลกุลเล็ก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย คงไว้ซึ่งแร่ธาตุ แคลเซียม แมกนีเซียม และได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระบบจากองค์กรอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSF)

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii แจกยิ้ม

อ้างอิง : บทความ
1) ควันบุหรี่มือสาม (ThirdHand Smoke : THS) โดย Scimath
2) ควันบุหรี่มือสาม ภัยซ่อนเร้นในครอบครัว โดย โพสต์ทูเดย์ (ไลฟ์)