ปวดหลัง สาเหตุจากกระดูกทับเส้น - หมอโฆษิต

ปวดหลัง สาเหตุจากกระดูกทับเส้น

 

        ช่วงตลอดเวลาตั้งแต่ต้นปี มาจนถึงขณะนี้  ผู้เขียนได้พบผู้ป่วยมาด้วยเรื่องปวดหลัง  สาเหตุจากกระดูกทับเส้นจำนวนมากมาย  มีอาการหลัก คือ ปวดหลัง และ/หรือปวดร้าวลงสะโพก  ปวดร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่ง  หรือทั้ง 2 ข้าง และ/หรือมีอาการชาขาร่วมด้วย  ผู้ป่วยมักต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นระยะยาวนาน  ถึงแม้ได้พบแพทย์เพื่อการรักษาแล้วก็ตาม  มาทำความเข้าใจกับโรคกระดูกทับเส้นกันนะครับ

        กระดูกสันหลัง เป็นส่วนที่ต่อจากกระโหลกศรีษะลงมาตลอดแนวลำตัว  และสิ้นสุดที่กระดูกก้นกบติดกระดูกเชิงกราน  ภายในโพรงกระดูกสันหลังมีประสาทไขสันหลังที่เชื่อมต่อจากแกนสมองจากท้ายทอยลงมาถึงก้นกบ  และระหว่างกระดูกส้นหลังมีหมอนรองกระดูกสันหลังรองรับอยู่ด้วย  ด้านข้างของข้อกระดูกสันหลังทั้งซ้ายและขวา  มีรากประสาทออกมาเป็นเส้นประสาทฝอยไปเลี้ยงและควบคุมการทำงานของแขน-ขา  ลำตัว โดยส่วนท้ายทอยจะส่งเส้นประสาทควบคุมการทำงานของแขนจากหัวไหล่ ศอก ข้อมือ และมือทั้ง 2 ข้าง  ส่วนบั้นเอวจะส่งเส้นประสาทควบคุมการทำงานของขาจากสะโพก ขาอ่อน (ต้นขา) เข่า น่อง ข้อเท้าและเท้าทั้ง 2 ข้าง  เมื่อมีความผิดปกติของกระดูกสันหลังเกิดขึ้นที่ท้ายทอยเกี่ยวข้องกับส่วนของแขน  ถ้าผิดปกติของกระดูกสันหลังส่วนบั้นเอว  เกี่ยวข้องกับหลัง สะโพก และขาทั้ง 2 ข้าง

        ในบทความนี้จะกล่าวถึงความผิดปกติกระดูกทับเส้นเฉพาะในส่วนบั้นเอวที่มีผลกระทบต่อสะโพกและขาทั้ง 2 ข้าง  ความผิดปกติอาจมีสาเหตุดังนี้

1) ผิดปกติจากโครงสร้างของกระดูกสันหลังแต่กำเนิด
2) จากการบาด  อุบัติเหตุจากการหกล้ม  เล่นกีฬา  หรือถูกทำร้ายร่างกาย  การจราจร
3) จากการติดเชื้อ เช่น ติดเชื้อโรคทางประสาทไขสันหลัง  หรือกระดูกสันหลัง  เป็นต้น
4) โรคเนื้องอก รวมถึงมะเร็ง
5) จากความเสื่อมของร่างกาย  วัยอายุที่มากขึ้น หรือโรคสูงวัย (ส.ว.) 

        จากสาเหตุดังกล่าวมาแล้ว  พบผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ  ซึ่งแพทย์จะหาสาเหตุความผิดปกตินั้น  และแก้ไขความผิดปกติให้กลับสู่สภาพปกติ  หรือใกล้เคียงปกติ 

        อาการผิดปกติจากกระดูกทับเส้นส่วนบั้นเอว มักมีอาการปวดหลัง  เริ่มจากปวดไม่รุนแรง  และเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น  เมื่อกระดูกสันหลังบั้นเอวมีความผิดปกติมากขึ้น  การรบกวนและกดทับต่อรากประสาทมีมากขึ้น  อาการปวดเพิ่มความรุนแรงและปวดร้าวลงสะโพก  ร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้าง  และ/หรือมีอาการชาร่วมด้วย  หากรุนแรงมากอาจมีขาอ่อนแรง  หรือมีกล้ามเนื้อขาลีบด้วย 

ส่วนสาเหตุการกดทับเส้นประสาทฝอยหรือรากประสาท มีสาเหตุหลักๆดังนี้ :-

  1. โครงสร้างของกระดูกสันหลังผิดปกติแต่กำเนิด  อาจมีกระดูกสันหลังคด เอียง ค่อม หรือแอ่น  การแก้ไขค่อนข้างยุ่งยาก  และมักจะไม่กลับสู่ปกติได้เหมือนคนปกติ  อาจช่วยได้บางส่วนจากการผ่าตัดแก้ไข  หรือใส่อุปกรณ์พยุงกายเพื่อลดอาการปวด หรือป้องกันมิให้ทรุดมากกว่าเดิม
  2. จากการบาดเจ็บด้วยสาเหตุต่างๆ  คงต้องวินิจฉัยให้ชัดเจนว่ามีความผิดปกติของโครงสร้างใดมีกระดูกสันหลัง แตก หัก ร้าว หรือไม่  มีประสาทไขสันหลังฉีก  หรือกระดูกสันหลังทรงตัวเบียดรากประสาท เป็นต้น
  3. หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน  มักพบบ่อยจากผู้ที่ยกของหนักเกินตัว ผิดจังหวะ  หรือเล่นกีฬาที่รุนแรงเกินไป  อุบัติเหตุจากหกล้มหรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางจราจร  เช่น  รถยนต์ หรือ จักรยานยนต์ เป็นต้น
  4. พบบ่อยในผู้สูงอายุ  ที่อายุเกิน 40 ปี ขึ้นไป  เกิดจากกระดูกสันหลังเสื่อม  มีภาวะกระดูกบาง  กระดูกพรุน  กระดูกทรุดตัว  หมอนรองกระดูกงอก  เกิดการรบกวนต่อรากประสาท  หรือกดทับต่อรากประสาทและเส้นประสาทฝอยตามความรุนแรงของการกดทับ

        การรักษา ทางการแพทย์มักเริ่มต้นรักษาทางยา พักผ่อน และ/หรือรักษาด้วยกายภาพบำบัด   ใส่เครื่องพยุงกาย  อุปกรณ์ค้ำยันการเดิน  และการรักษาด้วยวารีบำบัด  การนวด  การฝังเข็ม  การจัดปรับแนวกระดูกสันหลัง  เป็นต้น

        สิ่งสำคัญที่สุด  ผู้ป่วยคงต้องรักษาตัวอย่างเคร่งครัด  และมีวินัยในการดูแลตัวเอง  ระวัง ไม่ยกของหนัก  และไม่ให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เพื่อไม่เพิ่มภาระต่อกระดูกสันหลัง ข้อสะโพกและข้อเข่าด้วย  รับประทานยาแก้ตามอาการ  พักผ่อนและไม่กังวลกับเรื่องใดเกินไป  ไม่เครียด  เพราะทำให้อาการกำเริบได้

        การดื่มน้ำไอวอเตอร์เป็นประจำช่วยป้องกันความเสื่อมของกระดูกสันหลังได้  ร่วมกับการออกกำลังกายที่เหมาะสม  และพักผ่อนให้เพียงพอ   ให้เกิดการผ่อนคลาย    มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูซ่อมแซม และเสริมสร้างให้ห่างไกลจากโรคกระดูกทับเส้นได้   การดื่มน้ำไอวอเตอร์วันละ 6 - 8 แก้ว (1.5 - 2 ลิตร)  ช่วยปรับความสมดุลของร่างกาย และกระดูกสันหลังแข็งแรงได้

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii แจกยิ้ม