การรับมือวัยทองในสตรีและบุรุษ - หมอโฆษิต

การรับมือวัยทองในสตรีและบุรุษ

 

        ร่างกายของสตรีและบุรุษเมื่อมีอายุมาถึงช่วงวัยกลางคน  โดยเฉลี่ยที่อายุ 45 - 50 ปี  เรียกว่าอยู่ช่วงอายุวัยทองทั้ง 2 เพศ  เริ่มปรากฏอาการวัยทอง  โดยเฉพาะในสตรีจะชัดเจนกว่าในบุรุษ

        อาการวัยทองที่ปรากฏในสตรีมีความชัดเจนในช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือน  และวัยหมดประจำเดือนแล้ว  เกิดจากการหยุดทำงานของรังไข่  ทำให้ฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen) หมดไปทันที  มีอาการวัยทอง 3 ระยะ ดังนี้

1) อาการวัยทองระยะสั้น  มีอาการระบบประสาทแปรปรวน หงุดหงิด เครียด ร้อนวูบวาบตามร่างกาย ซึมเศร้า

2) อาการวัยทองระยะกลาง  มีอาการเสื่อมของระบบผิวหนังและเยื่อบุของร่างกาย เช่น ผิวแห้ง คันผิว มีริ้วรอยเหี่ยวย่น  กระดูกเสื่อม  ภาวะกระดูกพรุนและกระดูกบาง ฟันเริ่มไม่แข็งแรง  ช่องคลอดแห้ง  แสบหรือคันในช่องคลอด  ปัสสาวะบ่อย  บางรายมีปัสสาวะแสบ ขัด  และอันปัสสาวะไม่อยู่  อาจมีการเล็ดของน้ำปัสสาวะได้

3) อาการวัยทองระยะยาว  มีอาการระบบหัวใจและหลอดเลือด  เหนื่อยง่าย  ชาแขน-ขา การไหลเวียนเลือดไม่ดี  เป็นเหน็บชาและเป็นตะคริว  ปัญหาภาวะกระดูกเสื่อมชัดเจนมากขึ้น ปวดข้อ ปวดกระดูก ข้อต่อต่างๆ การเคลื่อนไหวช้าลง และปวดบ่อยๆ

        การรักษาและแก้ไขปัญหาวัยทองในสตรี  การให้ฮอร์โมนเพศเสริมกระทำได้ผลดี  แต่ไม่ควรให้ในระยะยาว  เนื่องจากอาจมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย  เช่น  มะเร็งเต้านม หรือส่วนอื่นๆของร่างกาย  ดังนั้นแพทย์ทางสูตินารีเวชมักจะใช้ฮอร์โมนเพศรักษาในวัยทองระยะสั้น  หรือวัยทองระยะกลาง  มักจะไม่ใช้ในวัยทองระยะยาว

        ส่วนวัยทองในบุรุษ  แม้ว่าจะมีการขาดฮอร์โมนเพศชาย  มีอาการไม่ชัดเจน  และช่วงวัยอายุส่วนใหญ่ไม่ชัดเจน  ระดับฮอร์โมนเพศชาย  (Testosterone) ที่ลดลงมีระดับที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน  ไม่สามารถบ่งชี้ชัดเจนว่าอายุเท่าไร  ระดับฮอร์โมนเพศอยู่ที่ระดับเท่าไร  ต้องติดตามซักถามอาการที่ปรากฏเป็นรายๆไป  บุรุษบางคนมีอายุมากไม่ปรากฏอาการวัยทอง  และบางรายมีปริมาณฮอร์โมนเพศลดน้อยลงมาก  ก็ไม่ปรากฏอาการวัยทองได้  อาการวัยทองของบุรุษจึงไม่สามารถแบ่งเป็นระยะแบบของสตรีได้  แต่มีข้อบ่งชี้ที่สำคัญดังนี้ :-

1) อาการเซ็กเสื่อม  เป็นอาการที่พบบ่อยและสัมพันธ์กับค่าฮอร์โมนเพศชายลดน้อยลงด้วย  มีอาการ 3 ประการ

1.1 อวัยวะเพศชายไม่แข็งตัวในตอนเช้า
1.2 ความต้องการทางเพศลดน้อยลง  และ
1.3 เวลามีเพศสัมพันธ์  อวัยวะเพศไม่แข็งตัว

2) ภาวะกระดูกพรุน  มักมีอาการปวดเมื่อยตามตัว  ข้อต่อของกระดูก  และกระดูกหักง่าย
3) มีไขมันสะสม  ที่หน้าท้อง  สะโพก  ต้นขา  รวมถึงมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงลดลง
4) เกิดโรคอ้วน ลงพุง  โรคความดันโลหิตสูง  โรคหัวใจและหลอดเลือด  โลหิตจาง
5) มีปัญหาทางอารมณ์  ร้อนวูบวาบ  หงุดหงิด  ซึมเศร้า  นอนไม่หลับ  ฉุนเฉียวง่าย
6) มีปัญหาความจำเสื่อม  และขาดสมาธิ 

การรับมือกับอาการวัยทองทั้งสตรีและบุรุษ

1) ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต  อาการวัยทองที่เกิดส่วนใหญ่มาจากภาวะเครียด  ต้องหาวิธีลดความเครียด  ออกกำลังกาย  ทำงานอดิเรก  บำเพ็ญสาธารณประโยชน์  พักผ่อนหย่อนใจ  มีสังคมกับเพื่อนฝูงในวัยเดียวกัน  พูดคุยปรับทุกข์กัน  แก้ไขปัญหาทางครอบครัว  เป็นต้น

2) พบแพทย์  เพื่อให้ยารักษาตามอาการผิดปกติ  และอาจให้ฮอร์โมนเพศเสริมในระยะสั้น  แพทย์คงไม่ให้ฮอร์โมนเพศเสริมในระยะยาวนาน  เนื่องจากเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

3) การดูแลสุขภาพ และการมีสติรู้เท่าทัน  อาการต่างที่เกิดขึ้นในระยะวัยทอง  คงต้องอาศัยการดูแลใส่ใจกับสุขภาพร่างกายพื้นฐานด้วยหลัก 5 อ. ดังนี้

อ.ที่หนึ่ง  อากาศ  การได้รับอากาศที่บริสุทธิ์  ช่วยร่างกายสดชื่น  ผ่อนคลาย  ทั้งกายและใจ
อ.ที่สอง  อาหารและน้ำดื่ม  รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เหมาะสม  และเพียงพอต่อร่างกาย  การดื่มน้ำสะอาดวันละ 6 - 8 แก้ว (1.5 - 2 ลิตร) มีส่วนช่วยให้ร่างกายแข็งแรง  และชะลอความชราภาพได้
อ.ที่สาม  ออกกำลังกาย  อย่างสม่ำเสมอ  เหมาะสม  ไม่หักโหม  ไม่รุนแรง  และไม่นานเกินไป  สุขภาพแข็งแรง
อ.ที่สี่      อารมณ์แจ่มใส  มองโลกในแง่ดี  ไม่กังวลหรือเครียดกับเรื่องใดเกินไป
อ.ที่ห้า    อุจจาระ  ให้มีระบบขับถ่ายที่ดี  ควรถ่ายอุจจาระอย่างน้อยวันละ 1 ครั้งทุกวัน  ระวังและป้องกันมิให้ท้องผูก 

        การดื่มน้ำไอวอเตอร์ทุกวัน  วันละ 6 - 8 แก้ว (1.5 - 2 ลิตร) ช่วยป้องกันอาการวัยทอง  และลดความรุนแรงของอาการวัยทองได้ผลอย่างชัดเจน

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii แจกยิ้ม