ปวดประจำเดือน - หมอโฆษิต

ปวดประจำเดือน

 

        สุภาพสตรีทุกท่านที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์  ตั้งแต่มีประจำเดือนครั้งแรกจนถึงช่วงวัยหมดประจำเดือน  ย่อมมีอาการปวดประจำเดือนไม่มากก็น้อย  ตั้งแต่ช่วงประจำเดือนใกล้มาจนถึงประจำเดือนผ่านไป  เป็นเรื่องปกติในร่างกายของสุภาพสตรีตามธรรมชาติของการมีประจำเดือน

        โครงสร้างระบบสืบพันธุ์ในร่างกายของสุภาพสตรีมี 3 ส่วนหลักๆ คือ เต้านม มดลูก และรังไข่  และมีฮอร์โมนเพศที่เกี่ยวข้องหลักอยู่ 2 ตัว คือ  ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ใน 1 รอบประจำเดือนของสตรีทั่วไปจะมี 28 วัน 30 วัน 32 วัน 34 วัน และ 36 วัน อาจมีแตกต่างจากนี้บ้างขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายแต่ละคน  ช่วงถึงกลางของรอบประจำเดือน  ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะทำงานโดยควบคุมให้มีการตกไข่จากรังไข่ด้านซ้าย 1 ฟอง  และด้านขวา 1 ฟอง สลับเดือนกัน  เพื่อให้ไข่เคลื่อนตัวจากรังไข่ผ่านท่อรังไข  ผ่านต่อไปที่ปีกมดลูกและไข่อยู่ที่ปีกมดลูก  เพื่อให้เชื้ออสุจิมาปฏิสนธิกับไข่ที่สุกและตั้งรออยู่ที่ปีกมดลูก  เพื่อเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนและเตรียมตัวคลอดเป็นเด็กทารก  เมื่อตั้งครรภ์ครบ 9 เดือน  แต่หากไข้ไม่ได้รับการปฏิสนธิกับเชื้ออสุจิ เช่น ยังเป็นโสดอยู่  ไม่มีเพศสัมพันธ์กับสุภาพบุรุษ  หรือมีการคุมกำเนิด  เช่น ใส่ถุงยางอนามัย  เป็นต้น  ไข่จะฝ่อและเกิดการลอกตัวออกจากปีกมดลูก  รวมทั้งการลอกตัวของเนื้อเยื่อภายในโพรงมดลูกชั้นในสุด  ลอกตัวออกมาเป็นเลือดประจำเดือน  ออกทางช่องคลอดของสุภาพสตรี  เป็นเช่นนี้ตลอดไปทุกเดือน  ในขณะที่มีการลอกตัวของไข่และเนื้อเยื่อในโครงมดลูก  มีการบีบตัวของท่อรังไข่ปีกมดลูก  โดยเฉพาะที่โพรงมดลูกมีการบีบตัวมากเป็นพิเศษ  เป็นสาเหตุที่ทำให้สุภาพสตรีมีอาการปวดท้องน้อยมากบ้าง น้อยบ้าง  ตามแรงการบีบตัวมดลูกและเลือดประจำเดือน  มีมากบ้าง น้อยบ้าง  ออกมาเป็นลิ่มเลือด  หรือเลือดสีเข้มบ้าง  จางบ้าง ปวดท้องน้อยรุนแรงร้าวไปถึงบริเวณหลัง  หรือบั้นเอวได้  ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นธรรมชาติปกติในร่างกายของสุภาพสตรี  เป็นอิทธิพลการทำงานของฮอร์โมนเพศเอสโตรเจน และโครงสร้างภายในปีกมดลูก  โพรงมดลูกและปากมดลูก  สุภาพสตรีในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนมา  ต้องการการพักผ่อนและทำจิตใจ (อารมณ์) ให้แจ่มใส ไม่เครียดหรือกังวลกับเรื่องใดมากเกินไป  ดังนั้นการปฏิบัติตัวเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมกับการมีประจำเดือนมา  มีข้อปฏิบัติดังนี้ :-

1) รับอากาศบริสุทธิ์ในที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก

2) อาหารและน้ำดื่ม  ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย  ในปริมาณที่เพียงพอและเหมาะสม  ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6 - 8 แก้ว (1.5 - 2 ลิตร)  เพื่อร่างการได้คุณค่าจากอาหารและปริมาณน้ำที่เพียงพอต่อการทำงานของระบบและอวัยวะต่างๆของร่างกายได้ดีและลงตัว  ฮอร์โมนปรับตัวต่อการตกไข่ และการสลายไข่ที่เสื่อมและการลอกตัวของเนื้อเยื่อในโพรงมดลูกได้คล่องตัว  เพื่อลดการเกร็งตัวของมดลูก  อาการปวดมดลูกหรือปวดประจำเดือนลดลงด้วย

3) การออกกำลังกายให้มีเหงื่อออก  เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง  การปรับตัวของฮอร์โมนและอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ทำงานได้อย่างลงตัว  มีส่วนช่วยอาการปวดประจำเดือนลดลงได้

4) อารมณ์แจ่มใส  การรู้เท่าทันและมีสติที่ดีไม่หงุดหงิด  ไม่อารมณ์เสีย ไม่โมโห  โกรธก้าวร้าว  ก่อให้เกิดการผ่อนคลายทางอารมณ์  ไม่เกิดภาวะเครียด  มีผลให้การปวดประจำเดือนลดลงได้ 

ดังนั้นเห็นได้ว่า “น้ำ” เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยการทำงานของระบบสืบพันธุ์ได้อย่างลงตัว  มีผลให้ลดอาการปวดประจำเดือนลงได้  การดื่มน้ำไอวอเตอร์วันละ 6 - 8 แก้ว (1.5 - 2 ลิตร) เป็นน้ำกลุ่มโมเลกุลเล็ก (น้ำนาโน) มีออกซิเจนสูง  และมีแร่ธาตุมากชนิด  สามารถช่วยลดการปวดประจำเดือนของสุภาพสตรีได้ 

ดื่มน้ำไอวอเตอร์เป็นประจำนะครับ.

 

หมายเหตุ: ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ http://www.japin.co.th

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆได้ทาง
  Mr.Happii แจกยิ้ม